กรรม ใน กรรม

  • วันที่ 10 ก.พ. 2562 เวลา 14:30 น.

กรรม ใน กรรม

โดย...ราช รามัญ

เรื่องกรรมๆ เวรๆ ดูเหมือนเป็นอะไรที่คนไทยชอบมาก ทั้งพระสงฆ์เองก็นิยมหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นในการสอนญาติโยมกันอย่างมากเคยสงสัยเหมือนกันว่า

ทำไม...เรื่องของกรรมของพุทธศาสนาในประเทศไทยสอนกันค่อนข้างแคบและเป็นการสอนที่มุ่งไปในเหลี่ยมเดียว ที่ดูเหมือนจะกระเดียดไปในทางงมงาย

คำว่า งมงาย ในที่นี้ เพราะมันหารอยต่อที่เชื่อมโยงกันไม่ได้เลย ในทางเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์ อาทิ วันนี้เราขาหักเพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนเคยขับรถชนสุนัขขาหักมาก่อน หรือนักฟุตบอลทั้งสองทีมที่ลงเตะชิงแชมป์ ก่อนแข่งขันร่างกายก็สมบูรณ์แต่พอลงเล่นได้สักครู่ เกิดการปะทะแข้งกันจนขาหักทั้งคู่ นั่นเป็นเพราะผลกรรมในอดีตอย่างนั้นหรือ

ถ้าเกิดเราเชื่อกรรมในรูปแบบนี้...ขอถามดังๆ ว่า คนที่ตายเพราะสึนามิเมื่อหลายปีก่อนที่ภูเก็ตทำกรรมอะไรกับน้ำทะเลไว้ แล้วน้ำทะเลมีสมอง มีจิตใจที่จำได้หรือว่าใครเป็นกรรมกับใครไว้ อย่ามองว่าเป็นการเขียนที่เล่นสำนวน แต่ต้องการให้คิดในมิติใหม่ที่ควรจะต้องมองมุมใหม่บ้าง

ในยุคนี้...ทำไมหลายคน เริ่มไม่เชื่อกรรม ก็เพราะผู้สอนด้อยวิสัยทัศน์ในการสอนเรื่องกรรม จึงทำให้คนไม่ค่อยเชื่อ อาทิ ชอบสอนกันว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ในมุมชีวิตจริง คนทำชั่วได้ดีมีมากมาย แล้วจะให้คำตอบกับคนในสังคมได้อย่างไรในแง่ของกรรม

ความเขลาในการสอนแบบนี้เองที่ทำให้คนไม่ค่อยเชื่อเรื่องกรรม ผมพูดย้อนแย้งเสมอว่า ทำดีคือดี ส่วนจะได้ดีหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าทำดีแล้วหวังให้มีผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปนั้น คงไม่ใช่หลักของกรรมแน่นอน มันคงเป็นสูตรอะไรสักอย่างแบบฟิสิกส์เคมีแล้วกระมัง เพราะมันตายตัว แต่กรรมไม่ใช่กฎอะไรที่ตายแบบนั้น ดังนั้น คำว่า กฎแห่งกรรม ไม่ควรมีด้วยซ้ำเพราะมิใช่เป็นอะไรที่ตายตัว กรรมอีกมุมมองหนึ่งที่สำคัญและไม่ได้เป็นกรรมที่ยึดโยงในรูปแบบผลลัพธ์ กลับไม่เคยมีการสอนกันเสียเท่าไหร่

แต่พุทธศาสนาในระบบของการศึกษาแบบมหายานมีมากมายเลยทีเดียวกับการสอนเรื่องของกรรมในรูปแบบนี้คือ แหล่งกรรม หรืออาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กรรมในกรรม

ในสายเถรวาทจะคุ้นเคยแต่ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ซึ่งอยู่ในหมวดมหาสติปัฏฐานสูตร อะไรกันหนอ กรรมในกรรม ความหมายคือ กรรมที่เป็นต้นเหตุแห่งกรรมทั้งปวง และเป็นกรรมที่พุทธะทรงสอนว่า เป็นกรรมที่ส่งผลมาก มีอานิสงส์มากกว่ากรรมทั้งปวง

กรรมชนิดนี้...บางครั้งร่างกายยังไม่ได้ลงมือกระทำเลย ก็ส่งผลแล้วทันที กรรมชนิดนี้บางทียังไม่ต้องเอ่ยกล่าววาจาใดๆ เลยก็ส่งผลแล้วเช่นกัน และอาจจะกล่าวได้ว่า นี่คือความลับอย่างหนึ่งของเรื่องกรรม ที่มนุษย์ทั้งหลายแม้จะทำบุญสุนทรทานมากมาย รักษาศีลอุโบสถมากครั้ง แต่เมื่อตายแล้วกลับไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดา ไม่ได้ไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งเพราะว่ากรรมส่วนอื่นส่งผลก่อน ที่กรรมในส่วนกุศลจากการทำบุญ หรือถือศีลอุโบสถ เหล่านั้นซึ่งถือว่าน้อยนิดจะให้ผล

พุทธะตรัสเอาไว้อย่างชัดเจนว่า...กรรมทั้งหลาย ตถาคตกล่าวว่า มโนกรรมมีผลหนักที่สุด เป็นต้นเหตุแห่งกรรมทั้งปวง มีผลหนักกว่ากายกรรม วจีกรรม

คนที่ทำบุญทำทานมาก ถือศีลมากครั้งในวันพระ แต่วันธรรมดาทั่วไปจิตใจเน่า ความคิดเน่า มีแต่อกุศลที่คิดเกิดขึ้น มองใครต่อใครทั้งแง่ลบ แง่ร้าย ล้วนเป็นมโนกรรมทั้งนั้น ส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดเป็นกรรมทางใจ

ท่านที่ศึกษาเถรวาทถ้ามีปัญญามากหน่อย ลองไปดูในวาเสฏฐสูตร ที่พุทธะตรัสว่า บุคคลเป็นชาวนาก็เพราะกรรม เป็นโจรก็เพราะกรรม เป็นปุโรหิตก็เพราะกรรม แล้วลองไปดูปัจจยาการในปฏิจจสมุปบาท ที่จำแนกออกเป็นองค์ 12 แล้วจะเห็นว่าเป็นรอยเดียวกันอย่างมิต้องสงสัย คือ ไตรวัฏฏ์ คือ หมวดที่ 1 กิเลสกรรมวิบาก หมวดที่ 2 สังขารภพ เรียกว่ากรรม หมวดที่ 3 วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ

ถ้าจะศึกษาเรื่องกรรมให้ละเอียดต้องศึกษาในที่นี้ ไม่ใช่ไปสอนกรรมฐานแก้กรรม นั่งหลับหู หลับตาหาเงินเข้าวัดไปเรื่อยเปื่อยแบบไร้สาระ

สอนแบบขาดการเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับหลักตรรกะของธรรม ยิ่งจะทำให้ธรรมวิบัติ ชาวพุทธควรเลิกเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมจอมปลอม และควรมาเน้นรักษาใจให้เกิดปัญญา เพราะสมองอันไหนจิตใจอันนั้น นี่เอง คือ มโนกรรม ที่อาจจะเรียกว่า กรรมในกรรม ก็ไม่ผิด

ข่าวอื่นๆ