วัดปากน้ำมิชิแกนสร้างใหม่ขยายเขตแดนพระพุทธศาสนาในUSA

  • วันที่ 19 ก.ย. 2553 เวลา 14:29 น.

แม้จะเป็นวัดใหม่ แต่วิสัยทัศน์พระมหาพิมล ญาณวิมโล เจ้าอาวาสหนุ่ม วุฒิเปรียญธรรม 9 ประโยค ศิษย์วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ไม่ธรรมดา.....

โดย.....สมาน สุดโต

ผมพาไปเยี่ยมวัดในสหรัฐอเมริกาที่เปิดมาหลายสิบปี คือวัดไทยลอสแองเจลิส วัดไทยวอชิงตัน ดี.ซี. วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก วัดมงคลรัตนาราม เบอร์กเลย์ และวัดพุทธานุสรณ์ ฟรีมอนต์ ซานฟรานซิสโก มาแล้ว วันนี้จะพาไปเยี่ยมวัดปากน้ำมิชิแกน ที่เพิ่งตั้งและทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2553

วัดนี้ตั้งอยู่ที่ 8500 Plumbrook Road, Sterling Heights, MI 48313 USA.

เว็บไซต์ของวัด www.paknammichigan.org

E-Mail: watpaknammichigan@gmail.com, bmc979@gmail.com

แม้จะเป็นวัดใหม่ แต่วิสัยทัศน์พระมหาพิมล ญาณวิมโล เจ้าอาวาสหนุ่ม วุฒิเปรียญธรรม 9 ประโยค ศิษย์วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ไม่ธรรมดา แค่เปิดวัดวันแรก ทั้งพระธรรมทูต ทั้งญาติโยมชาวไทย ชาวลาว ชาวเขมร และชาวอเมริกันต่างก็พากันมาร่วมสร้างบุญไม่น้อยกว่า 300 คน

 

พระธรรมโมลี พระมหาพิมล พระวิเทศธรรมกวี ในพิธีเปิดวัด 4 ก.ค. 2553

โดยการแนะนำของพระวิเทศธรรมกวี (เจ้าคุณประเสริฐ) แห่งวัดพุทธานุสรณ์ ฟรีมอนต์ ซานฟานซิสโก ผมจึงนั่งเครื่องบินจากวอชิงตัน ดี.ซี. ไปมิชิแกน ในตอนบ่ายวันที่ 3 ก.ค. 2553 ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมงเศษๆ ก็ถึง เมื่อลงจากเครื่องบินสังเกตว่าที่สนามบิน (Detroit Metro) |มิชิแกนนี้ มีรถรางไฟฟ้าวิ่งบริการผู้โดยสารระหว่างเกต (Gate) ต่างๆ ในสนามบินขวักไขว่ เนื่องจากเป็นสนามบินที่ใหญ่แห่งหนึ่ง เพราะเมืองดีทรอยต์เป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ยักษ์ใหญ่แห่ง สหรัฐอเมริกา มีทั้งจีเอ็ม (GM) ไครสเลอร์ (Chrysler) ฟอร์ด (Ford) และอื่นๆ อีกมากมายก็ล้วนแต่อยู่ในเมืองนี้

ขณะที่อยู่ที่สนามบินมีความอุ่นใจขึ้นว่าจะมาถูกทางเมื่อเห็นหลวงพ่อพระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เดินทางมาพร้อมกับพระมหาสุขุม สุขุโม ซึ่งท่านทั้ง 2 จะไปที่วัดปากน้ำมิชิแกนเช่นกัน จึงได้อาศัยไปด้วย ถึงวัดเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะอัสดง เห็นพระที่วัดกับญาติโยมกำลังช่วยตกแต่งป้ายชื่อวัดที่จะมีพิธีเปิดในวันรุ่งขึ้น

พระมหาพิมล ญาณวิมโล เจ้าอาวาสออกมาต้อนรับ พาไปที่ห้องรับรอง เมื่อทักทายกันพอสมควรก็เดินชมรอบบริเวณวัด ที่เคยเป็นวัดคริสต์ศาสนามาประมาณ 50 ปี แต่ขณะนี้เป็นวัดในศาสนาพุทธ และเตรียมเปิดเป็นทางการตรงกับวันชาติสหรัฐอเมริกา หรือ 4 July ที่อเมริกันชน ฉลองกันทั่วประเทศ

อาคารที่เคยเป็นโบสถ์คริสต์ เมื่อยกไม้กางเขนลงก็เป็นอาคารธรรมดาทั่วไป พระสงฆ์ไทยก็อัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานไว้แทน จัดห้องประชุมใหญ่ที่เคยประกอบศาสนกิจแบบคริสต์ให้เป็นที่ประกอบพิธีและสังฆกรรมแบบพุทธ เป็นที่บำเพ็ญกุศล ฟังเทศน์ ฟังธรรม และที่ประกอบการกุศลต่างๆ ตามแนวพุทธ จึงเป็นวัดในพระพุทธศาสนาในรัฐมิชิแกน
ส่วนปีกด้านข้างซึ่งเป็นอาคารติดกันกับโบสถ์ เป็นรูปตัว L ตรงกลางเป็นทางเดิน ด้านซ้ายมือซึ่งเดิมเคยใช้เป็นห้องเรียน มี 5 ห้อง ปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องพักสำหรับพระสงฆ์ และอีก 1 ห้องใช้เป็นห้องสำนักงาน ห้องด้านขวามือซึ่งเดิมเป็นห้องประชุมใหญ่ ก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องรับรอง ห้องประกอบอาหาร และห้องฉันภัตตาหารแทน ที่มีความสะดวกสบาย พอสมควร

แม้จะสร้างมาประมาณกว่า 50 ปี แต่สภาพอาคารยังคงอยู่ในสภาพแข็งแรง น่าจะใช้งานไปได้อีกนาน การที่มาซื้อโบสถ์เก่าแล้วแปลงเป็นวัดนั้น เป็นความสะดวกอย่างหนึ่งในการประกอบศาสนกิจ เพราะไม่ต้องขออนุญาตซิตีเพิ่มเติม เนื่องจากเดิมได้รับอนุญาตให้เป็นวัดมาก่อนแล้ว

พระมหาพิมล นามสกุล คำเครื่อง พระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ 6/2543 ผู้ได้รับเลือกจากญาติโยมให้เป็นเจ้าอาวาส อายุ 41 ปี มีความรู้สูงถึง ป.ธ.9 ปริญญาโทอักษรศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นชาวศรีสะเกษ เกิดเมื่อเดือน มี.ค. 2512 เป็นผู้ที่เรียนหนังสือเก่งมาก เพราะไม่รู้จักคำว่าสอบตกเลย ตั้งแต่เรียนและเข้าสอบประโยค 1-2 ถึง ป.ธ.9

ท่านมาอยู่อเมริกาในฐานะพระธรรมทูตสายต่างประเทศ โดยการนิมนต์จากท่านอาจารย์พระครูโชติธรรมวิเทศ (ดร.พระมหาชื่น โชติญาโณ เพ็งแจ่ม) ปัจจุบันมรณภาพแล้ว ซึ่งพระมหาพิมลให้ความเคารพนับถือสูงรูปหนึ่ง แต่พอมาอยู่อเมริกาได้ระยะหนึ่งประมาณ 4-5 ปี ก็ต้องมีเหตุกลับไปช่วยงานทางด้านการศึกษาคณะสงฆ์ที่ จ.ศรีสะเกษ โดยได้รับอาราธนาจากพระมงคลวุฒ (หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท) เจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ พระเกจิชื่อดังแห่งดินแดนอีสานใต้ ฉายาเทพเจ้าแห่งแดนลำดวน (มรณภาพแล้ว) เพื่อดำเนินการจัดตั้งห้องเรียนวัดสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ ให้เป็นสถานศึกษาสำหรับภิกษุสามเณรเขตภาคอีสานใต้ ซึ่งเป็นสาขาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จนกระทั่งสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี เปิดทำการเรียนการสอนในระบบแล้ว และได้ทำหน้าที่ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยอยู่ระยะหนึ่ง เมื่อทุกอย่างสำเร็จก็กลับไปประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง

เมื่อคณะญาติโยมนำโดยคุณอาคม ประดิษฐวณิช คุณปทุมวรรณ ชุมสาย และคุณกาญจนิจ ประดิษฐวณิช จะจัดตั้งวัดเพื่อชุมชนชาวไทยที่มิชิแกน จึงได้กราบอาราธนาท่านพระมหาพิมลให้ไปช่วยดูแลและเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากเดิมท่านเคยอยู่ประจำในรัฐมิชิแกน เป็นที่เลื่อมใสและเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว

คุณอาคมเป็น 1 ใน 3 ของบุคคลสำคัญในการสร้างวัด ตอนนี้อายุ 68 ปี เป็นนักเรียนคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับพงษ์ศักดิ์ พยัคฆวิเชียร แห่งค่ายมติชน แต่จบคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ จบแล้วไปเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ต่อที่อเมริกา ได้งานทำ จึงไม่ได้กลับไทย ระยะหลังมาลงทุนทำร้านอาหารไทยชื่อร้าน “ศาลาไทย” ตอนนี้เปิด 4 สาขาด้วยกัน

คุณปทุมวรรณ ชุมสาย (คุณแม่ของน้องป๊อป อารียา) ปริญญาโทวิศวะ จากรัฐเทนเนสซี ทำงานเป็นวิศวกรแผนกตรวจสอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ จีเอ็ม เป็นผู้หญิงจากเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถทำงานด้านวิศวกรรถยนต์เทียบเท่ากับฝรั่งได้ รับผิดชอบทางด้านตรวจสอบคุณภาพของรถก่อนที่จะออกวิ่งตามท้องถนนของบริษัท จีเอ็ม

 

พระมหาพิมล กับญาติโยมส่วนหนึ่ง

คุณกาญจนิจ ประดิษฐวณิช เคยเป็นข้าราชการระดับสูงที่กระทรวงสาธารณสุข ทำงานด้านห้องแล็บหลายปี ลาออกมาทำงานต่างประเทศและได้แต่งงานกับคุณอาคม

วัดปากน้ำมิชิแกน เป็นโบสถ์คริสต์เก่า มีเนื้อที่ 4.98 เอเคอร์ ราคาที่ซื้อมาเมื่อปี 2552 เพียง 4.55 แสนเหรียญสหรัฐ นับว่าถูกมากเพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ หากเศรษฐกิจบูม คงไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อซื้อมาก็ให้เจ้าของโบสถ์เอาไม้กางเขนออก เจ้าของใหม่ก็อัญเชิญพระพุทธรูปเข้าไปแทนที่ โดยทำสัญญาและตกลงซื้อขายเมื่อวันที่ 09-09-09 หรือวันที่ 9 เดือน 9 ค.ศ.2009 หรือ พ.ศ. 2552

พระมหาพิมลอธิบายให้ฟังว่า เมื่อแรกตั้งปี 2552 นั้น ได้ตั้งชื่อวัดว่า “วัดใหญ่มิชิแกน” ตามคำแนะนำของพระครูมงคลธรรมวิเทศ (น้อม กาญจนรังสี ป.ธ.6) เจ้าอาวาสวัดมงคลเทพมุนี ฟิลาเดลเฟีย ซึ่งก็เป็นวัดในเครือวัดปากน้ำอีกวัดหนึ่งในอเมริกา ทั้งนี้เพื่อให้เห็นว่าทำอะไรก็ต้องให้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หรือความคิดความอ่าน จิตใจก็จะต้องยิ่งใหญ่และมั่นคง คนมาวัดก็จะต้องมีใจใหญ่ ใจกว้าง

เมื่อปลายเดือน ก.พ. 2553 พระมหาพิมลได้ไปกราบเรียนเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ในฐานะที่ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ถวายรายงานถึงความสำเร็จในการจัดตั้งวัดแห่งนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ก็กล่าวอนุโมทนาและบอกว่าน่าจะให้ชื่อวัดว่า “วัดมหาพิมล” (พูดด้วยความเมตตา) แต่ในที่สุดท่านเมตตาให้ชื่อว่า “วัดปากน้ำมิชิแกน” ถือว่าเป็นมงคลและเป็นเกียรติอย่างสูงมาก

ที่เลือกวันที่ 4 ก.ค. 2553 หรือ 4 July ตรงกับวันชาติอเมริกันเป็นวันเปิดวัด ก็โดยการชี้แนะจากพระมหาสุขุม สุขุโม เจ้าอาวาสวัดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พระผู้ให้ความช่วยเหลือวัดไทยทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา พิธีเริ่มด้วยพิธีสงฆ์และถวายภัตตาหารพระสงฆ์ 39 รูป ท่ามกลางญาติโยมไม่น้อยกว่า 300 ท่าน นอกจากพิธีนี้ทางวัดจัดให้พระสงฆ์ นำโดยพระธรรมโมลี พระวิเทศธรรมกวี และพระธรรมทูตที่มาร่วมงานออกบิณฑบาตในบริเวณวัด ตามมาด้วยพิธีทอดผ้าป่า และพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปหน้าตัก 49 นิ้ว 1 องค์ ส่วนการทำพิธีหล่อพระจริงๆ นั้นจะจัดขึ้นในเมืองไทยในช่วงปลายปีนี้ ในการนี้ญาติโยมชาวไทยและอเมริกันช่วยงานกันเต็มที่ทุกคนอย่างน่าชื่นชมยิ่ง

พระมหาพิมล ญาณวิมโล ได้กล่าวรายงานให้ที่ประชุมญาติโยมและพระสงฆ์ฟังในวันเปิดวัดว่า การตั้งวัดนี้ขึ้นมาก็เพื่อประกาศกำหนดเขตแดนพระพุทธศาสนาว่ามาถึงที่นี้แล้ว และจะหยั่งรากลงลึกต่อไปในอนาคต ส่วนการจัดงานนั้นก็เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยมได้ร่วมทำบุญ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในวันนี้คือความศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนาของชาวรัฐมิชิแกนแห่งนี้ยังเป็นปึกแผ่นมั่นคง

หากวัดเปรียบเสมือนโรงเรียน ญาติโยมก็เปรียบเหมือนกับนักเรียน นักเรียนมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน วัดทำหน้าที่สอน ให้เป็นดังที่หลวงพ่อพระธรรมโมลีบอกว่าต้องช่วยกัน พระเป็นผู้บอก ญาติโยมเป็นผู้ทำและเรียน ใครจะปฏิบัติได้มากหรือน้อยก็อยู่ที่ความใส่ใจของนักเรียน เราเรียนหนังสือที่วัด น้อมนำกลับไปฝึกปฏิบัติที่บ้าน แล้วตรวจตราดูว่าเรามีความรู้ มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนา คือมีศีลเป็นเบื้องต้น และความโลภ โกรธ หลง ทุเลาเบาบางหลังจากมาวัดหรือไม่ หากสิ่งเหล่านี้ถูกขจัดให้เบาบางลงนั่นแสดงว่ามาวัดแล้วได้ผล

แต่เมื่อไรก็ตามเราตรวจสอบดูแล้ว โลภะ โทสะ โมหะ ยังหนาอยู่เท่าเก่า แสดงว่ายังไปไม่ถึงวัด เพราะฉะนั้น เป้าหมายสำคัญที่มีวัดแห่งนี้ มิได้หมายความว่าเพื่อให้มาเล่น แต่เพื่อเป็นที่ฝึกของญาติโยมทั่วไป ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง วัดนี้มิใช่วัดของอาตมภาพ แต่เป็นวัดของญาติโยมทุกคน หลวงพ่อพระธรรมโมลี กล่าวว่า พระสงฆ์เป็นแค่ภารโรงดูแลวัดให้โยม

อาตมากับพระสงฆ์ทุกรูปที่ประจำที่นี่เป็นเสมือนภารโรง คอยดูแล คอยปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะหมู่บูชาให้สะอาด พื้นสกปรกก็ต้องคอยปัดกวาดเช็ดถู ผู้ที่มาใช้วัดคือญาติโยม ที่ทำบุญทำทาน ถือศีลภาวนา นั่งสมาธิ จึงว่าวัดนี้เป็นของญาติโยมทุกคน ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่มีว่าชุมชนนั้น ชุมชนนี้ ที่นี่เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จะดำรงมั่นคงอยู่ในพุทธศาสนาต่อไป

สุดท้ายท่านย้ำว่า การมีวัดนี้เป็นการประกาศเขตแดนพระพุทธศาสนา เป็นวัดของชาวพุทธ สำหรับญาติโยมที่มามากในวันนี้ (ประมาณ 300 ท่าน) ก็เท่ากับเป็นการประกาศ เป็นตัวชี้วัดถึงความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น ความสามัคคี และยิ่งใหญ่ของญาติโยมในมิชิแกน

ก่อนหน้านั้น พระธรรมโมลี ซึ่งเป็นประธานในพิธีได้กล่าวสัมโมทนียกถาประมาณ 45 นาที ให้ที่ประชุมสงฆ์และญาติโยมฟัง โดยท่านบอกว่าวันทำพิธีเปิดวัดเป็นวันดี เป็นวันศรี เป็นวันที่วัดปากน้ำมิชิแกนที่มีพระมหาพิมล ญาณวิมโล เป็นเจ้าอาวาส เป็นวันชุมนุมใหญ่ของชาวพุทธไทยในมิชิแกน พูดให้ใกล้เข้ามา เป็นประวัติศาสตร์พระธรรมทูตไทยที่ได้มาประกาศ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้ชาวโลกได้รับรู้และเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า

การมีพระธรรมทูตมาอยู่ต่างประเทศ นอกจากช่วยญาติโยมให้มีเนื้อนาบุญแล้วยังช่วยซับน้ำตาให้ญาติโยมที่ห่างประเทศห่างศาสนาให้ได้รับความชุ่มชื่นใจ แม้ว่าจะมาด้วยความยากลำบากเพราะต้องฝึกต้องอบรมหนักจึงมาได้ แต่บางครั้งญาติโยมต้องซับน้ำตาให้พระธรรมทูตก็มี แต่ถึงกระนั้นพระธรรมทูตก็มีผลงานมากมาย ส่วนวัดที่มีขึ้นและใช้เงินลงทุนมากนั้นต้องยกให้ญาติโยม เพราะพระธรรมทูตจะมีก็เพียงย่าม 1 ใบ รองเท้า 1 คู่ เท่านั้น

สุดท้ายท่านฝากญาติโยมให้ช่วยดูแลวัดและเจ้าอาวาส ให้เหมือนดูแลต้นไม้ ต้องรดน้ำพรวนดิน กำจัดแมลง แต่อย่ารดน้ำและใส่ปุ๋ยมาก ให้ทำแต่พอดี ส่วนป้ายวัดให้ช่วยรักษา เพราะป้ายเหมือนใบหน้า อย่าให้หายหรือเลอะเลือน มิเช่นนั้นเจ้าอาวาสจะขายหน้า

พระมหาพิมล เจ้าอาวาส บอกผู้เขียนว่า สาธุชนท่านใดผ่านไปทางรัฐมิชิแกน ก็ขอเชิญแวะวัดไปไหว้พระ กราบหลวงปู่สด (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) เพื่อความเป็นสิริมงคล แม้จะเป็นวัดใหม่ แต่อบอุ่น เพราะประกาศเป็นเขตแดนพระพุทธศาสนาไปแล้ว — สาธุ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ