posttoday

พิศาล มาณวพัฒน์ : ชีวิตทูตในวันรัฐประหาร กับการเลือกข้างพรรคประชาชน

09 มกราคม 2569

จากทูตไทยในแคนาดา ผู้ต้องรับมือรัฐประหารปี 2557 สู่บทบาททีมการต่างประเทศพรรคประชาชน พิศาลเปิดใจทุกดราม่า เลือกใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ

KEY

POINTS

  • พิศาล มาณวพัฒน์ เล่าถึงการทำหน้าที่ทูตในช่วงรัฐประหารปี 2557 ที่ต้องปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศ แม้ส่วนตัวจะไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ
  • เขายอมรับบทเรียนและคำวิจารณ์ในอดีต ทั้งเรื่องการทำงานภายใต้รัฐบาล คสช. และเรื่องส่วนตัว โดยยืนยันว่าได้ผ่านกระบวนการและเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้ว
  • ปัจจุบันเขาเลือกเข้าร่วมกับพรรคประชาชนเพื่อนำประสบการณ์มาช่วยสร้างอนาคตทางการเมืองและการทูตที่ดีขึ้น โดยไม่ได้มุ่งหวังตำแหน่งใดๆ

ฉากหลังโลโก้พรรคประชาชน กับชายผู้ผ่านพายุการเมือง

“ในฐานะทูต ผมไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาล แต่เป็นตัวแทนประเทศไทยทั้งหมด”
คำพูดเรียบง่ายของ พิศาล มาณวพัฒน์ ดังขึ้นท่ามกลางฉากหลังโลโก้พรรคประชาชน ราวกับเป็นสรุปชีวิตการทำงานกว่าสามทศวรรษบนเวทีการทูต—ชีวิตที่ต้องยืนอยู่ระหว่างหลักการส่วนตัวกับหน้าที่ต่อประเทศ

วันหนึ่งในปี 2557 ขณะรถถังเคลื่อนในกรุงเทพฯ เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่แคนาดา โทรศัพท์จากนักลงทุนและสื่อมวลชนดังไม่ขาดสาย คำถามเดียวกันถูกยิงซ้ำๆ
ประเทศไทยจะล้มเหลวหรือไม่? ยังปลอดภัยหรือเปล่า?

ทูตในวันรัฐประหาร : หน้าที่ที่ต้องทำ แม้ใจไม่เห็นด้วย

พิศาลเลือกทำในสิ่งที่ทูตต้องทำ เขาออกสื่อ สร้างความเชื่อมั่น ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังเดินต่อได้ และประเทศนี้ไม่ใช่ “รัฐล้มเหลว”
“ผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ถ้าผมไม่ทำหน้าที่ ใครจะปกป้องภาพลักษณ์ประเทศ” เขาย้อนความทรงจำ

ตลอดช่วงรัฐบาล คสช. เขายังทำงานด้านที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ—แก้ปัญหา IUU การค้ามนุษย์ และความปลอดภัยการบิน แม้รู้ดีว่าการยืนอยู่ตรงนั้นย่อมถูกตั้งคำถาม เขาเปรียบตนเองกับบทเรียนของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง แม้ไม่เห็นด้วยกับอำนาจปืน

หนึ่งในจุดที่ถูกวิจารณ์หนัก คือการร่วมลงนามในจดหมายถึง Washington Post เขาอธิบายตรงไปตรงมาว่า
“มันคือคำสั่งจากกระทรวง ในสถานการณ์นั้น ผมปฏิเสธไม่ได้”

 

ดราม่าอดีต : ความผิดที่ยอมรับ และแบกรับจนวันนี้

อีกพายุหนึ่งไม่ใช่การเมือง หากคือเรื่องส่วนตัวในอดีต ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่ถูกหยิบยกขึ้นมาซ้ำ
พิศาลไม่ปฏิเสธ เขายอมรับผิด ขอโทษครอบครัว และผ่านกระบวนการทางวินัยมาแล้วกว่า 20 ปีก่อน

“มันไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นบทเรียนที่สอนให้ผมระมัดระวังชีวิตมากขึ้น”
แม้ผู้เปิดประเด็นจะเป็นนักวิชาการที่เห็นต่างทางการเมือง เขากลับเลือกไม่โต้ด้วยอารมณ์
“ผมรับฟัง และไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว”

พรรคประชาชน : เวทีใหม่ของคนที่ไม่ขออะไรตอบแทน

วันนี้ พิศาลเลือกยืนข้างพรรคประชาชน ไม่ใช่เพื่อเก้าอี้หรือเงินเดือน เขาแจ้งชัดว่าติดเว้นวรรค 2 ปี และขอทำงานในฐานะผู้ให้ประสบการณ์
“ผมเห็นว่านี่คือพรรคที่เตรียมงานดีที่สุด และไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน”

เขาเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมทำให้บางกลุ่มหวาดกลัว แต่ก็เชื่อว่าประเทศนี้สมควรได้รับโอกาสใหม่ การเมืองที่สะอาด และการทูตที่ยืนอยู่บนหลักสากลอย่างแท้จริง

แรงสนับสนุนจากหัวหน้าพรรค และครอบครัว คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเดินต่อ แม้รู้ว่าทางข้างหน้าจะไม่ราบเรียบ

บทสรุป : การเลือกยืนข้างอนาคต

ชีวิตของพิศาล มาณวพัฒน์ อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยการตัดสินใจยากในห้วงเวลาสำคัญของประเทศ
จากทูตในวันรัฐประหาร สู่ผู้สูงวัยที่เลือกฝากประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่

“ผมอาจเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่ผมยังช่วยออกแบบอนาคตได้”
และนั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกยืนอยู่หน้าฉากโลโก้พรรคประชาชน—ไม่ใช่ในฐานะผู้แสวงหาอำนาจ แต่ในฐานะคนที่ยังเชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)

ข่าวล่าสุด

นานาชาติหาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์-อิหร่านยังคงขู่ตอบโต้