posttoday

"ธารา"ชำแหละมหาอุทกภัยใต้ ชี้โลกเดือดผสมโรงระบบรัฐอ่อนแอ

27 พฤศจิกายน 2568

ธารา บัวคำศรี วิเคราะห์มหาอุทกภัยใต้ ชี้ “แม่น้ำบนฟ้า” ผสานโลกร้อนสร้างพายุสมบูรณ์แบบ ซัดระบบเตือนภัยไทยล้าหลัง ต้องปฏิรูปคน-ข้อมูล-ความร่วมมืออาเซียน

KEY

POINTS

  • มหาอุทกภัยภาคใต้มีสาเหตุจากปรากฏการณ์ "แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ" (Atmospheric River) ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์
  • ความเสียหายรุนแรงขึ้นจากระบบบริหารจัดการของรัฐที่อ่อนแอและล้าหลัง ทั้งระบบการเตือนภัยที่ไม่ทันการณ์ การประสานงานที่ล้มเหลว และการขาดผู้เชี่ยวชาญ
  • ข้อเสนอแนะคือการปฏิรูประบบรับมือภัยพิบัติครั้งใหญ่ โดยเน้นการสร้างระบบเตือนภัยที่ทันสมัย การลงทุนในบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และความร่วมมือระดับภูมิภาค

มหาอุทกภัยภาคใต้ที่พัดถล่มหาดใหญ่และหลายจังหวัดไม่ใช่เพียง “น้ำมาไว” แบบที่ไทยคุ้นชิน หากแต่เป็นภาพสะท้อนความเปราะบางเชิงระบบ ตั้งแต่การเตือนภัยที่ไม่ทันการณ์ การประสานงานที่สะดุด ไปจนถึงการขาดผู้เชี่ยวชาญที่อ่านสัญญาณสภาพอากาศสุดขั้วได้ทันเวลา ขณะที่ผู้ประสบภัยหลายพื้นที่ยังรอการช่วยเหลือ

ธารา บัวคำศรี นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ระบุชัดว่าเหตุการณ์นี้คือ “จุดเปลี่ยน” ที่บังคับให้ไทยต้องปฏิรูประบบรับมือภัยพิบัติทั้งระบบก่อนจะสายเกินไป

"ธารา"ชำแหละมหาอุทกภัยใต้ ชี้โลกเดือดผสมโรงระบบรัฐอ่อนแอ

พายุที่สมบูรณ์แบบ จาก ‘แม่น้ำบนฟ้า’ ถึงโลกร้อน

ธาราอธิบายว่า ฝนถล่มครั้งนี้มีองค์ประกอบเกินกว่ามรสุมตามปกติ แต่มาจาก “Atmospheric River” หรือ “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ” แถบความชื้นยาวหลายพันกิโลเมตรที่ลอยอยู่เหนือศรีลังกา–อ่าวเบงกอล–อันดามัน ก่อนพาดผ่านภาคใต้ไทยอย่างแม่นยำ เมื่อโลกอุ่นขึ้น ชั้นบรรยากาศยิ่งกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น กลายเป็นท่อน้ำบนท้องฟ้าที่ปล่อยฝนหนักระดับสถิติ—มากถึงหลายร้อยมิลลิเมตรในเวลาอันสั้น

จังหวะนี้ยังซ้อนทับด้วยลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่แรงกว่าปกติ ปรากฏการณ์ MJO ที่เข้ามาเสริม และภาวะลานีญาที่เพิ่มความชื้นให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะของหาดใหญ่ยิ่งทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลลงมารวมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็น “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่ทำให้ระบบรับมือแบบเดิม ๆ ของไทยแทบรับไม่ไหว

"ธารา"ชำแหละมหาอุทกภัยใต้ ชี้โลกเดือดผสมโรงระบบรัฐอ่อนแอ

ระบบเตือนภัยล้าหลัง–การประสานงานสะดุด จุดอ่อนที่ขยายความเสียหาย

สิ่งที่หนักกว่าปริมาณน้ำ คือ “ระบบ” ที่ยังไม่พร้อม ธาราระบุว่าในชั่วโมงแรกของวิกฤต หลายหน่วยงานไม่สามารถติดต่อประสานกันได้ ทำให้เกิดสถานการณ์ “ช่วยไม่ได้เพราะไม่รู้จะช่วยใครก่อน” ทั้งที่ในภาวะน้ำหลาก การช่วยเหลือทันทีคือเส้นแบ่งชีวิตและความสูญเสีย

ไทยยังขาดระบบมอนิเตอร์ความชื้นเข้มข้นในชั้นบรรยากาศ ตัวชี้สำคัญของ Atmospheric River ที่หลายประเทศใช้เตือนภัยล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 5–7 วัน แต่ไทยยังอาศัยเพียงข้อมูลฝน พายุ และลมตามแบบแผนเดิม ไม่เพียงพอต่อโลกยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

"ธารา"ชำแหละมหาอุทกภัยใต้ ชี้โลกเดือดผสมโรงระบบรัฐอ่อนแอ


ข้อเสนอ: ปฏิรูปใหญ่ “ข้อมูล–คน–ภูมิภาค”

ธาราย้ำว่าเครื่องมือที่จำเป็น ไทยมีแล้วเกือบครบ—ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และฐานข้อมูลสากลที่เข้าถึงได้ฟรี ปัญหาอยู่ที่ “คน” และ “ระบบการตัดสินใจ” ที่ยังไม่สอดรับกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศแปรปรวนยุคใหม่

ข้อเสนอเร่งด่วน ได้แก่

สร้างระบบเตือนภัยที่จับ Atmospheric River พร้อมกำหนดระดับเตือนภัยเหมือนแคลิฟอร์เนีย

ลงทุน Peopleware—ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศละเอียดระดับชั่วโมง

ตั้งแพลตฟอร์มร่วมอาเซียน เพื่อมอนิเตอร์แถบความชื้นที่พาดผ่านหลายประเทศแบบเรียลไทม์

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “วิกฤตโลกร้อน” ไม่ได้อยู่ไกลอีกต่อไป การบริหารแบบเดิมใช้ไม่ได้ในโลกที่สภาพอากาศรุนแรงกว่าที่เคยพบมา ไทยจำเป็นต้องรื้อระบบเตือนภัยตั้งแต่ฐานข้อมูลจนถึงบุคลากร หากไม่เริ่มวันนี้ วิกฤตครั้งต่อไปอาจรุนแรงกว่าที่สังคมจะรับไหว 

ที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

ข่าวล่าสุด

ปรับทัพสู้ศึกพลังงาน! SMART HOME ตรึงราคาช่วยผู้บริโภค ปรับเป้าทั้งปี 2,000 ล้านบาท ดึงมอเตอร์ไซต์ EV ปั้มยอด