posttoday
สูงแต่ไม่สุด

สูงแต่ไม่สุด

18 มิถุนายน 2554

ข้าวยากหมากแพง จนชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วหน้า

ข้าวยากหมากแพง จนชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วหน้า

ไม่เชื่อไปถามเดอะมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ น้องปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดูได้เลย เพราะไปไหนก็มีแต่คนมาดักฟ้องว่าของแพ้ง...แพง

ยัง...ยังไม่พอ ของแพงแล้วยังโดนซ้ำด้วยดอกเบี้ย ก็ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายดาหน้าขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ตามดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ขยับขึ้นทุกเดือนๆ

ทำให้คนฝากเงินสบายใจ แต่คนกู้เงินน้ำตาตก

แต่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่า แม้ ธปท.จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อสยบปัญหาเงินเฟ้อ แต่ดอกเบี้ยก็ยังไม่ได้สูงจนทำให้เกิดปัญหากับเศรษฐกิจ

ผู้ว่าการ ธปท. บอกว่า การขึ้นดอกเบี้ยนี้เป็นการปรับดอกเบี้ยจากจุดที่ต่ำกว่าปกติ เข้ามาหาระดับปกติที่สมดุล ต่างจากเงินเฟ้อที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจต้องติดตามดูแลอย่างระมัดระวังว่าจะปรับสูงขึ้นอีกหรือไม่

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เอาโจทย์เหล่านี้มาคิดอยู่แล้ว ว่าขึ้นแล้วมันส่งผลอย่างไร จะเห็นว่าการทำการตัดสินใจของ กนง.ทุกครั้งจะค่อยๆ ทำทีละนิด อธิบายเหตุผล ค่อยๆ ส่งสัญญาณ แล้วก็ทบทวนดูอีกในรอบ 45 วัน ก่อนจะประชุมอีกรอบ ว่ามีปัจจัยใหม่ๆ อะไรเพิ่มเติม ควรกำหนดดอกเบี้ยอย่างไรให้เหมาะ

“ขึ้นดอกเบี้ยมามากแล้ว โจทย์ถามว่าต้องทำไปถึงจุดไหนถึงจะหยุดจะชะลอซะที ก็ต้องติดตามดู แต่เข้าใจว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเงินเฟ้อยังน่าเป็นห่วง และปัจจัยการเมืองเราและปัจจัยต่างประเทศเราก็ต้องนำมาพิจารณาในการทำนโยบายด้วย” ประสาร กล่าว

สัญญาณที่ ธปท.ส่งออกมานี้ เป็นการย้ำให้เห็นว่า ดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นได้อีก ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ และเมื่อ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ก็ขึ้นตาม

นี่ถือเป็นข่าวร้ายของลูกหนี้เลยทีเดียว

การพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละครั้ง ที่ประชุมคณะกรรมการรนโยบายการเงิน(กนง.)ได้คำนึงผลกระทบที่จะมีต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ ภาวะเศรฐกิจโลกและไทย ธุรกรรมของภาคเอกชน การอุปโภคบริโภค การขับเคลื่อนการลงทุนอยู่แล้ว รวมทั้งเงินเฟ้อ การเมืองเป็นอย่างไรก็ต้องเกาะติดหมด จึงจะพิจารณาได้ว่าดอกเบี้ยอยู่ในระดับใดจึงจะเหมาะสม

นายประสาร กล่าวว่า แต่เท่าที่ดูคิดว่าระดับดอกเบี้ยขณะนี้ยังไม่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจนัก แม้ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นมาสูงขึ้นมาก ขึ้นมาต่อเนื่องก็ตาม เพราะเป็นการปรับดอกเบี้ยจากจุดที่ต่ำกว่าปกติ เข้ามาหาระดับปกติที่สมดุล ต่างจากเงินเฟ้อที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจและภาคธุรกิจต้องติดตามดูแลอย่างระมัดระวังว่าจะปรับสูงขึ้นอีกหรือไม่

“ผลต่อภาคธุรกิจ ทุกครั้งกนง.เอาโจทย์เหล่านี้มาคิดอยู่แล้ว ว่าขึ้นแล้วมันส่งผลอย่างไร จะเห็นว่าการทำการตัดสินใจของกนง.ทุกครั้งจะค่อยๆทำทีละนิด อธิบายเหตุผล ค่อยๆส่งสัญญาณ แล้วก็ทบทนวดูอีกในรอบ 45 วันก่อนจะประชุมอีกรอบ ว่ามีปัจจัยใหม่ๆอะไรเพิ่มเติม ควรกำหนดดอกเบี้ยอย่างไรให้เหมาะ ถึงดอกเบี้ยที่ผ่านมาจะขึ้นมาสูง แต่จากที่เราดูยังเห็นปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ที่ต้องระวัง ต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่อย่างนั้นในท้ายที่สุด ถ้าเงินเฟ้อมันสูง เราดูแลไม่ได้ เงินเฟ้อมันจะไปทำให้ต้นทุนในเรื่องต่างๆสูงขึ้นได้ เท่ากับกระทบกระเทือนต่อธุรกิจอยู่ดี” นายประสารกล่าว

นายประสาร กล่าวว่า ระยะต่อไปดอกเบี้ยจะไปในทิศทางไหนก็ต้องดูปัจจัยอื่นๆประกอบและพิจารณาในการประชุมกนง.ครั้งต่อไป โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย ระดับดอกเบี้ยต้องให้ภาคเอกชนปรับตัวได้ เหล่านี้สำคัญต้องนำมาพิจารณาด้วย แต่ถามว่าขึ้นดอกเบี้ยมาระยะหนึ่งแล้วน่าจะหยุดหรือชะลอนั้น มองว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเงินเฟ้อยังน่าห่วง ขณะที่เศรษฐกิจก็ยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร และการปล่อยยืดเยื้อให้ดอกเบี้ยเงินฝากแท้จริงติดลบก็ไม่ส่งผลดีนัก


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค