posttoday
ส่องข้อมูล “ภาษี” เกี่ยวกับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

ส่องข้อมูล “ภาษี” เกี่ยวกับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

13 ธันวาคม 2566

จากกรณีนโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนี้ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก โดยเตรียมตัวก่อนได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท และหากได้รับเงินอาจจะต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร

          จากกรณีนโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนี้ ได้มีข่าวออกมาหลากหลายข้อมูลด้วยกัน ทั้งการเลื่อนการแจกเงินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 ออกไปอีก ใครบ้างที่มีสิทธิ์ได้รับเงินดิจิทัลนี้  และขั้นตอนของผู้ได้รับสิทธิ์ รวมถึงคำถามอีกจำนวนมากที่ยังไม่ชัดเจน โดยต้องทำความเข้าใจเรื่องของเงื่อนไขและขั้นตอนการขอสิทธิ์เพื่อเข้าร่วมโครงการด้วย

          วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก โดยเตรียมตัวก่อนได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท และหากได้รับเงินอาจจะต้องเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร ไปติดตามพร้อมกัน

เกณฑ์การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เบื้องต้น (อัพเดตล่าสุด)

          โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่คาดว่าจะได้รับประมาณกลางปี 2567 นั้น มีข้อมูลที่ออกมาล่าสุด เมื่อ 25 ต.ค. ได้ข้อสรุปหลักเกณฑ์แจกเงินดิจิทัล 3 แนวทาง เพื่อเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกฯ เป็นประธานพิจารณา ดังนี้

          1. ผู้ที่มีเงินในบัญชีมากกว่า 500,000 บาท หรือมีรายได้เกิน 50,000 บาทต่อเดือน จะไม่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกและโดนตัดสิทธิ์

          2. ผู้ทีมีเงินในบัญชีมากกว่า 100,000 บาท หรือมีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน จะไม่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกและโดนตัดสิทธิ์

          3. ให้เฉพาะผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการ และอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ได้รับสิทธิ์ใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เต็มจำนวน แม้จะได้รับสวัสดิการจากรัฐในรูปแบบอื่นอยู่แล้ว เช่น ผู้พิการ คนชรา เป็นต้น

เงื่อนไขการใช้วงเงิน 10,000 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป

          จากข้อมูลเบื้องต้นในการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากอยู่ในช่วงดำเนินการและยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ทั้งนี้สามารถสรุปเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินดิจิทัลได้ดังนี้
          1.สามารถซื้อสินค้าและบริการที่อยู่ในรัศมี 4 กิโลเมตร จากที่อยู่ตามบัตรประชาชน ทั้งร้านค้ารายย่อย และรายใหญ่ (อาจขยายเป็นอำเภอ ซึ่งต้องรอการสรุปที่ชัดเจนอีกครั้ง)
          2.ไม่สามารถนำไปใช้หนี้ได้ 
          3.ไม่สามารถซื้อสินค้าสีเทา เช่น เหล้า บุหรี่ เป็นต้น
          4.ไม่สามารถจ่ายค่าเทอมการศึกษาได้
          5.ไม่สามารถจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟได้
          6.ไม่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้
          7.ไม่สามารถซื้อฉลากกินแบ่งรัฐบาลได้
          8.ไม่สามารถนำไปใช้ชำระหนี้ได้ เช่น ผ่อนบ้าน รถ
          9.เกษตรกร สามารถใช้สิทธิร่วมกัน ซื้อเครื่องจักร เช่น รถไถ เพื่อใช้ในการเกษตรของกลุ่มเกษตรกรได้
          จากข้อมูลที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ยังเป็นเงื่อนไขที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากแต่ละพื้นที่และประชาชนแต่ละส่วนมีความต้องการใช้เงินที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขโดยรวม และเงื่อนไขแต่ละพื้นที่ตามความเหมาะสมอีก

พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

          สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท สามารถเข้าร่วมได้ทั้งพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่อยู่ในระบบภาษีและนอกระบบภาษี โดยมีเงื่อนไขต่างกันดังนี้
          พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่อยู่นอกระบบภาษี เช่น หาบเร่ แผงลอย หากได้รับเงินดิจิทัลแล้ว จะไม่สามารถขึ้นเงินสดได้ แต่สามารถนำเงินดิจิทัลที่อยู่ในแอปพลิเคชัน “กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล” ไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและวัตถุดิบจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้   
          ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในระบบภาษี เมื่อได้รับเงินดิจิทัลจากผู้ซื้อ สามารถนำเงินดิจิทัลที่อยู่ในแอปพลิเคชัน “กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล” ไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและวัตถุดิบจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครการได้เช่นเดียวกัน และยังสามารถเบิกเป็นเงินสดได้ผ่านธนาคารของรัฐ

เงินดิจิทัล 10,000 บาท กับการเสียภาษีของคนไทย

          โครงการเงินดิจิทัลจะมีกรอบเวลาเพียงพอเพื่อให้ประชาชนสามารถนำเงินในระบบไปใช้ต่อได้ แม้จะผ่านระยะเวลาไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งถือเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่อมีการจับจ่ายใช้สอย นำเงินดิจิทัลนี้ไปซื้อสินค้าและบริการ รัฐบาลก็จะได้รับประโยชน์เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กลับคืนมา 7% และยังจะได้เงินภาษีจากบรรดาร้านค้าที่ต้องจ่ายในช่วงสิ้นปีภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย    
          ดังนั้น เมื่อพ่อค้าแม่ค้าที่รับเงินดิจิทัลมาจากผู้ซื้อ และนำเงินดิจิทัลไปใช้จ่ายต่อ จะมีภาษีที่เกี่ยวข้องสามารถอธิบายได้ดังนี้
          1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่บุคคลธรรมดาเมื่อมีรายได้ต้องเสียภาษี ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
          - ประชาชนทั่วไปที่ได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ตามหลักการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ดังนั้น ประชาชนที่ได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน แต่ทั้งนี้เงื่อนไขหรือข้อยกเว้นต่างๆ อาจมีการปรับเปลี่ยนต้องรอติดตามว่าจะได้รับยกเว้นเหมือนกับโครงการรัฐก่อนหน้านี้หรือไม่
          - พ่อค้าแม่ค้าที่รับเงินดิจิทัลจากผู้ซื้อ หากเป็นบุคคลธรรมดาเมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ก็มีหน้าที่ต้องยื่นเสียภาษีเงิน ดังนั้น รายได้จากเงินดิจิทัลนี้ ถือเป็นรายได้ที่ได้รับเพิ่มขึ้น ก็จำเป็นต้องนำมารวมเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ที่ต้องเสียด้วย
          2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นการเสียภาษีสำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคล เมื่อมีรายได้จากการประกอบกิจการค้าขายและบริการ จะต้องนำรายได้ทั้งหมดมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 
          3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการ ผู้ซื้อจะถูกเรียกเก็บ VAT 7% หรือบวกมากับค่าสินค้าและบริการอยู่แล้ว เท่ากับว่าราคาสินค้าและบริการที่จ่ายไป หากร้านค้าใดได้จด VAT ก็จะต้องเรียกเก็บ VAT 7% กับผู้ซื้อ หรือรวมมากับสินค้าแล้วนั่นเอง

          กล่าวโดยสรุป จากข้อมูลเรื่องภาษีที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้หลายๆ คนอาจเกิดความกังวลใจว่าหากมีรายได้เข้าเกณฑ์จะต้องเสียภาษีจากเงินดิจิทัลนี้อีกหรือไม่ 
          อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอความคืบหน้าของโครงการนี้ต่อไป เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข เพื่อให้ครอบคลุมต่อความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน