posttoday
รู้ทันกฎหมายและภาษี...กับธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รู้ทันกฎหมายและภาษี...กับธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

29 มีนาคม 2566

ธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าของธุรกิจจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และขออนุญาตที่กรมสรรพสามิตให้ถูกต้องก่อนเปิดจำหน่าย หากเจ้าของธุรกิจไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดก็จะถูกสั่งปิดเมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ได้ขออนุญาต

     ธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ต่างกับธุรกิจขายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีการวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป หาซื้อได้ง่าย ทั้งร้านค้าปลีกและค้าส่ง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ดังนั้นธุรกิจนี้จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามากำหนดกฎเกณฑ์ให้อยู่ในกรอบตั้งแต่การเริ่มผลิต การเสียภาษี การขาย การขนส่ง การจัดทำบัญชี เป็นต้น เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อบริโภคเข้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงต้องมีการควบคุมพิเศษ  

     ดังนั้น หากต้องการทำธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าของธุรกิจจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และขออนุญาตที่กรมสรรพสามิตให้ถูกต้องก่อนเปิดจำหน่าย หากเจ้าของธุรกิจไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดก็จะถูกสั่งปิดเมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ได้ขออนุญาต

     และหลังจากขออนุญาตแล้วควรศึกษาข้อมูลว่าต้องปฏิบัติอย่างไร ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมด้วยเรื่องของภาษีที่ธุรกิจเครื่องดื่มต้องจ่าย
 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

     ข้อกำหนดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้กำหนดการขายเครื่องดื่มในสถานที่หรือบริเวณที่กำหนดต่างๆ ซึ่งสถานที่ต้องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย เช่น วัด สถานบริการสาธารณสุข โรงเรียนและรอบสถานศึกษา สถานที่ราชการ หอพัก สถานศึกษา รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ (ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและร้านในสถานีเชื้อเพลิง สวนสาธารณะของรัฐ สถานีรถไฟ/ในขบวนรถไฟ สถานีขนส่ง (ข้อสำคัญ: หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)   

     นอกจากนี้ยังกำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันหรือเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา กำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาอื่น หรือนอกเวลาตั้งแต่ เวลา 11.00-14.00 น. และตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. 

(ข้อสำคัญ : หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

ในส่วนของบุคคลที่ห้ามขายเครื่องดื่มให้ คือ บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ และลักษณะที่ห้ามขาย เช่น ลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย แจก แถม หรือแลกเปลี่ยนแอลกอฮอล์หรือกับสินค้าอื่น การให้บริการอย่างอื่น แจกจ่ายให้เป็นตัวอย่าง หรือเป็นการจูงใจให้บริโภค หรือกำหนดเงื่อนไขการขายที่เป็นการบังคับซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้หรือเสนอให้สิทธิในการเข้าชมการแข่งขัน การแสดง การให้บริการ การชิงโชค ชิงรางวัล หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อ หรือผู้นำหีบห่อ สลาก สิ่งอื่นใดมาแลกเปลี่ยนหรือแลกซื้อ  
 

(ข้อสำคัญ : หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกกรณีคือ ห้ามใช้เครื่องขายแบบอัตโนมัติ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)    

     ทั้งนี้ยังมีกฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีข้อกำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงชื่อ เครื่องหมายแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม 

(ข้อสำคัญ : หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน)

ภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอะไรบ้าง

     ผู้ประกอบธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการออกจำหน่ายนั้น ในเรื่องภาษีจะมีภาษีอะไรที่เข้ามาเกี่ยวข้องบ้างลองมาติดตามกัน 

ภาษีเงินได้ สามารถแยกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เจ้าของธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาตรา 40(8) ซึ่งยื่นแบบชำระภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ ภาษีครึ่งปี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เฉพาะรายได้ 6 เดือนแรก ยื่นแบบได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนของปีนั้นๆ  และภาษีสิ้นปี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90  โดยให้ยื่นแบบช่วงระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม ของทุกปี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล 

     เจ้าของธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องยื่นแบบชำระภาษีต่อกรมสรรพากรปีละ 2 ครั้ง คือ ภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับตั้งแต่วันครบ 6 เดือนของรอบระยะเวลาบัญชี และภาษีเงินได้สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดยนำภาษีที่จ่ายในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ตอนสิ้นรอบเวลาบัญชี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

     นอกจากเจ้าของธุรกิจที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากกรมสรรพสามิตแล้ว เมื่อดำเนินธุรกิจจนมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย

     โดยให้ยื่นจดไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อพร้อมกับออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อเมื่อส่งมอบสินค้าทุกครั้ง รวมถึงนำส่งให้กรมสรรพากรทุกเดือน นับตั้งแต่วันที่ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้นไป ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้ ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งเมื่อมีการขายสินค้า รวบรวมเอกสารใบกำกับภาษีฝั่งซื้อ เพื่อนำมาใช้เครดิตภาษีขาย หรือขอคืนภาษีซื้อ ทำรายงานสรุปรายการภาษีซื้อ ภาษีขาย สินค้าคงเหลือ และวัตถุดิบ  ส่งยื่นแบบ ภ.พ.30 แก่สรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้ว่าเดือนนั้นๆ จะมีหรือไม่มีการซื้อขายก็ตาม หากยื่นออนไลน์เพิ่มระยะเวลาในการยื่นอีก 8 วัน  

     กล่าวโดยสรุป การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถ้ารู้กฎหมายและภาษีแล้ว เจ้าของธุรกิจสามารถเปิดขายได้อย่างสบายใจชัวร์ ซึ่งในแง่กฎหมายนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างมากอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของการโฆษณาจะมีบทลงโทษการปรับมีอัตราที่สูงถึง 500,000 บาท และในด้านภาษีมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ควรทำความเข้าใจ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ Inflow Account
 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69