
A New Solution to Food Waste หนทางสู่ความยั่งยืน เรื่องขยะอาหาร
โดย....ดร. รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล
**********************
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ แต่พวกเรารู้หรือไม่ว่าในแต่ละปีมีอาหารจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งให้กลายเป็น “ขยะอาหาร (food waste)” เป็นจำนวนมหาศาล
“ขยะอาหาร” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุของวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารเกิดการเน่าเสียในกระบวนการจัดเก็บ การผลิต การขนส่ง หรือ ขยะอาหารจากร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือ อื่นๆ หรือ แม้กระทั่งเศษอาหาร หรือ อาหารหมดอายุในบ้านของเราเองก็เป็นส่วนนึงของการสร้างขยะอาหารเช่นกัน
“ขยะอาหาร” กลายหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ เพราะการเน่าเสียของอาหารที่ถูกทิ้งเหล่านี้ ปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 25 เท่า
ข้อมูลอ้างอิงจาก TDRI (Thailand Development Research Institute) บอกว่าในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีขยะอาหาร ที่ต้องถูกฝังกลบประมาณ 1,300 ล้านตัน ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษคิดเป็นประมาณ 8% ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยเข้า สู่ชั้นบรรยากาศ และ จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ขยะอาหารคิดเป็น 64% ของขยะทั้งหมด แต่ปรากฏว่ามีการ นำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์น้อยมาก เนื่องจากเทศบาลส่วนมากไม่มีการแยกขยะ เช่น กทม. รีไซเคิลขยะอาหารได้เพียง 2% เท่านั้น ที่เหลือจะนำไปกำจัดโดยวิธีการฝังกลบรวม ที่ไม่มีระบบการจัดการแบบถูกสุขาภิบาล ซึ่งทำให้เราไม่สามารถนำ ขยะอาหารมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
“เศษอาหารที่สูญเปล่าทั่วโลกในแต่ละปี มีเพียงพอสำหรับเลี้ยงคนได้ถึงสองพันล้านคน”
รู้หรือไม่ 1 ใน 3 ของปริมาณอาหารทั้งหมดที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์จะสูญเปล่าทุกปี ผลไม้และผัก มีอัตรา การสูญเปล่าสูงสุด (เช่น เน่าเสีย ทิ้งเนื่องจากหมดอายุ หรือ เหลือเกินจากการบริโภค เป็นต้น) ปริมาณอาหาร ที่สูญเสียไปทั่วโลกในแต่ละปีประมาณ 1.3 พันล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นก็คือ มันมากพอๆ กับการทำอาหารแจกคนสองพันล้านคน ซึ่งยังมากกว่าจำนวนผู้ขาดสารอาหาร ทั่วโลกกว่าสองเท่า
Apeel – A New Solution to Food Waste ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและวิธีการที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในการช่วยลด ผลกระทบของปริมาณขยะอาหาร
Apeel เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังพื้นผิวล่องหนที่กินได้บนผักและผลไม้ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2555 ด้วยทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Bill and Melinda Gates Foundation เป็นบริษัทที่ทำการค้นคว้าด้านเศษอาหารจากแคลิฟอร์เนีย ด้วยการระดมทุนจาก ธนาคารโลกและผู้บริจาคที่มีชื่อเสียงเช่น Katy Perry และ Oprah Winfrey
James Rogers ผู้ก่อตั้งบริษัท Apeel เล่าว่านี่เป็นการเริ่มต้นทางวิทยาศาสตร์อาหารที่มีจุดประสงค์ในการลดจำนวน เศษอาหารบนโลกใบนี้ลงด้วยเทคโนโลยีสารกันบูดที่เคลือบผิวด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย บริษัทของเขาได้พยายามพัฒนาสารเคลือบ สารกันบูดแบบใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียได้ง่าย อาทิ อะโวคาโด มะนาว และแอปเปิ้ล โดยปัจจุบันมีการใช้ควบคู่ไปกับผักและผลไม้ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย
“เทคโนโลยีการถนอมอาหารที่ ไร้สี ไร้กลิ่น และ ไร้รส”
น้ำยาเคลือบผักและผลไม้ของ Apeel มีทั้งแบบผง แบบน้ำให้จุ่มลงไปและแบบฉีดพ่นน้ำยาเหล่านี้ผลิตจากสารสกัดที่ได้จาก กรดไขมันของพืช เช่น จากเปลือกมะเขือเทศและเมล็ดพืชต่างๆ ตัวน้ำยาจะสร้างผนึกที่มีความชื้นรอบๆ ผักและผลไม้ ที่เรา ต้องการกักเก็บความชื้นและปรับอัตราค่าออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ไม่ต้องกังวลในเรื่องของความเยิ้มหรือเมือกที่จะติดอยู่ที่ผักและผลไม้ของเรา เพราะน้ำยานี้เป็นธรรมชาติทั้งหมด แม้ตาก็ มองไม่เห็น ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ และไม่มีสารตกค้างอีกด้วย
“คุ้มค่าที่จะจ่ายเพิ่มอีกนิด สำหรับ Apeel”
ด้วยข้อจำกัดที่เกษตรกรอินทรีย์ต้องเผชิญในเรื่องของอายุของผลผลิตที่ถูกเก็บเกี่ยวมาแล้ว ทำให้ Apeel กลายเป็นทางเลือก เและวิธีการสำหรับการเก็บรักษาผักและผลไม้เหล่านั้นให้อยู่ได้นานขึ้น ผู้บริโภคก็รู้สึกปลอดภัยในการรับประทานผักและผลไม้ ที่มีการใช้ Apeel บ่อยครั้ง เรามักจะได้ยินพวกเขาพูดว่า “ฉันรู้สึก สบายใจที่จะกินมัน” “ฉันชอบที่มันได้มาจากพืช” หรือ “Apeel ทำให้ฉันรู้สึกถึงระดับพรีเมี่ยม” 89% ของผู้บริโภค เห็นด้วยที่จะยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้นสำหรับ ผักและผลไม้ออร์แกนิก ที่คงความกรอบและรสชาติสดใหม่ได้นานกว่าด้วย Apeel
“สิ่งที่ Apeel ขายจริงๆ ก็คือ เวลา”
สิ่งที่ Apeel ทำก็คือ ต่อเวลาความสดใหม่ให้แก่เหล่าผักและผลไม้ ยกตัวอย่างเช่น มะนาวคาเวียร์ ปกติจะมีอายุการเก็บรักษา 5-7 วันโดยไม่มี Apeel และ อายุการเก็บรักษาจะกลายเป็น 25 วัน เมื่อใช้ Apeel หรือ อะโวคาโดที่ใช้ Apeel จะมีอายุ การเก็บรักษานานขึ้นถึง 50%
นอกจากนี้ประโยชน์ที่น่าสนใจของ Apeel อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ บริษัทต่างๆ สามารถยกเลิก การใช้พลาสติก ห่อหุ้มผักผลไม้ได้เลย เพราะ Apeel สามารถช่วยชะลออัตราการสูญเสียน้ำได้ถึง 50% ซึ่งนั่นหมายความว่า พลาสติกห่อหุ้ม ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว หากต้องนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้
“เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่คือ การลดความยากและความอดอยากจนทั่วโลก”
Apeel ยังมีการระดมทุนสำหรับโครงการฟาร์มในประเทศ โดยมีเป้าหมายในการลดการสูญเสียอาหารสำหรับผู้ที่ไม่สามารถ เข้าถึง เครื่องทำความเย็นได้ในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เม็กซิโก อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เทคโนโลยีของ Apeel สามารถช่วยได้ทั้งฟาร์มขนาดเล็กและผู้ผลิตรายใหญ่ในการเก็บรักษาผลผลิตของตนเอง ซึ่งมี บทบาทอย่างมากในการช่วยลดเศษอาหารที่เกิดจากการเน่าเสียจากการเก็บรักษา และแน่นอนช่วยบรรเทาความหิวโหยและ ความยากจนทั่วโลก
“ปัญหาเรื่อง ขยะอาหาร (food waste) ถึงแม้จะเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก แต่เราก็ต้องช่วยกันแก้”
เราจะไม่มีวันได้เห็นคุณค่าของเศษอาหารที่เราทิ้ง จนกว่าเราจะได้พบกับความหิวโหยนั้นเสียเอง สำหรับปัญหาเรื่องขยะ อาหารนั้น อันที่จริงแล้ว เราเองก็สามารถเริ่มต้นบริหารจัดการแก้ได้ด้วยตัวเราเอง เช่น แยกขยะอาหารออกมา จากขยะทั่วไป อาจจะนำไปฝังกลบทำปุ๋ย หรือถ้าให้ดีก็คิดสักนิดก่อนที่จะซื้ออะไรมาบริโภคก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะอาหาร ในท้ายที่สุดนั่นเอง
Source:
https://tdri.or.th/2019/10/food-waste/
http://www.baankluayonline.co/article-food-waste/
Food Waste Fighting Startup Apeel Bags $250M In Temasek-Led Round
Apeel: A New Startup’s Solution to Food Waste
https://www.foodnavigator-usa.com/Article/2020/05/26/Apeel-Sciences-raises-250m-to-tackle-food-waste -with-invisible-plant-based-skin-with-help-from-Oprah-Katy-Perry https://blog.apeelsciences.com/organic-apple-shoppers-choose-apeel Apeel & The Science of Sustainability https://www.bangkokpost.com/business/1969451/waste-not







