posttoday
“Rethink Together” เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

“Rethink Together” เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

14 กุมภาพันธ์ 2565

โดย ธันยพร กริชติทายาวุธ 

***********************

ในยุคที่โลกกำลังดำเนินเข้าสู่วิถีใหม่  เส้นทางของเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้คนในสังคมได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในวันนี้ ความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ “กลยุทธ์” ที่จะช่วยให้ธุรกิจ อยู่รอด เติบโต ท่ามกลางความผันผวนเปลี่ยนแปลง

CIRCO Hub Thailand โดยความร่วมมือของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แห่งชาติ (สอวช.) และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT: Global Compact Network Thailand)  เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ส่งเสริมศักยภาพธุรกิจไทยให้ “ก้าวนำด้วยการออกแบบหมุนเวียน” ด้วยพลังความคิดรอบด้านอย่างสร้างสรรค์  ด้วยนวัตกรรมทางความคิดแบบ Circular Design ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมีสายตาแบบ ”นวัตกร” มองเห็นโอกาสใหม่จากวัสดุธรรมดาที่เหลือจากการใช้งาน  เปลี่ยนทรัพยากรที่เคยสูญเสียไปให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้  โดยใช้กระบวนการของหลักสูตร CIRCO จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมากกว่า 1,000 ราย ในทั่วโลก สามารถปรับเปลี่ยนโมเดลเป็น Circular Business  ได้จริง

เมื่อเร็วๆนี้ CIRCO Hub Thailand ได้จัดสัมมนาออนไลน์ “Rethink Together: Co-creating Circular Economy with Circular Design” แลกเปลี่ยนประสบการณ์และการดำเนินงาน ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ระหว่างภาคธุรกิจ และภาครัฐ ภายใต้โครงการศึกษากระบวนการออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน  นับเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากภาคธุรกิจ ต่างขนาด หลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร CIRCO-Circular Design Thailand รุ่นที่ 1-4 ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงบนเส้นทางการเรียนรู้ การปรับวิธีคิด และประสบการณ์ ในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจหรือสร้างผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบหมุนเวียนของตนเอง เพื่อสะท้อนเสียงจากคนทำงาน ตัวจริง ไปยังภาครัฐถึงโอกาสและความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนของภาคธุรกิจในประเทศไทย

“Rethink Together” เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

มุมมองจากเอกชน Rethink – Reuse – Reduce- Renew & Recycle

Rethink - การออกแบบระบบใหม่ที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของวัสดุทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมและได้ประโยชน์ใช้สอยเดิม โดยบริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด ได้แบ่งปันการปรับเปลี่ยนแนวคิด เรื่องการปรับตัวของธุรกิจที่สนใจทำงานเรื่อง CE โดยเป็น Design Catalyst Team ให้กับลูกค้า และบริษัท สยามแมคโคร จำกัด (มหาชน) แชร์ประสบการณ์การปรับเปลี่ยนวิธีคิดร่วมกับ Supply Chain โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาและส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Packaging) โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการอาหาร โดยเริ่มจาก house brand ก่อน พร้อมทั้งชักชวนองค์กรอื่นให้ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน (Rethink Partnership)

Reuse - บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลเลอรี่ จำกัด ได้ให้มุมมองของ REUSE ในแง่การใช้ซ้ำให้ครบวงจรของอายุผลิตภัณฑ์ เช่น PLAN TOY พบว่าอายุใช้งานของของเล่นสั้น จึงริเริ่มโครงการการให้เช่าของเล่น เพื่อให้คนไทยมีโอกาสได้เข้าถึงของเล่นเด็กที่มีคุณภาพ หรือบริษัทเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ซึ่งมีการสูญเสียจากการแปรรูป จึงใช้การออกแบบเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และการใช้หลักทำให้ทน ใช้วัสดุแปรรูป และการซ่อมแซม เพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำให้มากที่สุด

“Rethink Together” เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

Reduce - บริษัท ชิวกรีน จำกัด ปรับเปลี่ยนวัสดุและเปลี่ยนการออกแบบ Packaging ใหม่ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ เพิ่มการสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อม บริษัท พริ้นติ้ง โซลูชั่น จำกัด ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยเน้น Mechanics Design และทำความเข้าใจในเรื่องการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ โรงแรมศิวาเทล มุ่งเน้นการลดและการใช้ประโยชน์จากเศษอาหารเหลือทิ้งจากโรงแรม โดยเริ่มการคิดจาก Back to Basic โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบเมนูอาหาร ไปจนถึงการนำเศษอาหารไปเพิ่มมูลค่า เช่น การทำปุ๋ย

Renew & recycle - บริษัท สุเอซ เซอร์วิสเซล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้แบ่งปันมุมมองว่า ควรมองทั้งระบบห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ให้สามารถปิดวงจรได้ ไม่เพียงแค่ในสายการผลิตปกติเท่านั้น เช่น แดรี่โฮม ต้องการยกระดับจาก go green ไปสู่ go circular ด้วยการสร้างคุณค่าจากทรัพยากรการผลิตที่ใช้ไม่คุ้ม เช่น การนำน้ำเสียในฟาร์มโคนมไปเลี้ยงสาหร่ายที่เป็นอาหารของไลเคน และนำไปเป็นอาหารในฟาร์มกุ้งก้ามกราม

“Rethink Together” เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริม พร้อมหนุนเต็มที่

ในส่วนของภาครัฐ ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาระยะหนึ่งและมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะด้านนโยบาย แต่มีการผลักดันไปสู่การปฏิบัติจริงด้วย ประกอบกับเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา มีการจัดประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ที่ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในภาคีทำงานร่วมกับนานาชาติ และได้ประกาศเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี 2065 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันเพื่อไปสู่เป้าหมายนี้ ผ่านกลไกหลายอย่างรวมถึงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ภาครัฐเองก็พยายามที่จะปรับปรุงรูปแบบการทำงานในหน่วยงานภาครัฐให้อยู่ในลักษณะ Close Loop เชื่อมต่อให้ทุกภาคส่วนทำงานไปในทิศทางเดียวกัน  และมีหน่วยงานมากมายที่พร้อมสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยออกมาตรการส่งเสริมต่างๆ อาทิ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสำคัญในการดึงดูดความสนใจ เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียนนำสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศไทยได้

สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีนโยบายสำคัญ คือ การจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ในโครงการ Packback รวมถึงมีการผลักดันให้เกิดกฎหมาย EPR ในประเทศ

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) มีกลไกที่สำคัญคือการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้สามารถนำงานวิจัยที่สำเร็จแล้วออกไปใช้ประโยชน์ได้

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมาตรการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่ดำเนินกิจการในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้ 3-8 ปี และธุรกิจที่มีการวิจัยและพัฒนา ในด้านนี้ ยังสามารถขอส่งเสริมการลงทุนได้อีกด้วย

ในสัมมนาครั้งนี้  ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งต้องอาศัย Key Projects/Focus Sectors และนำแบบอย่างความสำเร็จไปขยายผลในกลุ่มอื่นๆ  รวมทั้งการพัฒนา CE Solution Platforms สร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และเชื่อมโยงความรู้สู่เป้าหมาย มีการปรับแก้กฎ/ระเบียบที่เป็นอุปสรรค สร้างบุคลากร และสร้างสังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการผลิต การบริโภค และการใช้ชีวิต ด้วยการสร้างความรู้และความเข้าใจ สร้างตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียน มีการพัฒนากลไกตลาดที่เหมาะสมมีแรงจูงใจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญ คือ การทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ร่วมกับพันธมิตร ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก องค์กรหรือ ตัวบุคคล ทั้งในระดับโลก ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น

เป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนี้  เรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก   ทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนต่างให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะภาคธุรกิจ มีตัวแทนที่ลุกขึ้นมาเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจหมุนเวียน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงส่งเสริม การบูรณาการระหว่างองค์กร ให้เกิดความร่วมมือและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องตามนโยบาย BCG Economy ที่จะพัฒนาประเทศ ไปสู่ความยั่งยืนได้ตามเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

CAC จัด Annual Conference 2026 ผนึกภาครัฐ–เอกชน ขับเคลื่อน Business Integrity หนุนไทยสู่ OECD

CAC จัด Annual Conference 2026 ผนึกภาครัฐ–เอกชน ขับเคลื่อน Business Integrity หนุนไทยสู่ OECD