posttoday
Sustainability-linked Bond: SLB

Sustainability-linked Bond: SLB

03 กุมภาพันธ์ 2565

ESG Bond สามารถออกมาเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ทำให้เป็นข้อจำกัดในการระดมทุน

ในช่วงที่หลายปีที่ผ่านมา สังคมเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด การให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบกับสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social และ Governance) ตราสารหนี้ ESG หรือ ตราสารหนี้ที่มีการระดมทุนเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์สำหรับดำเนินโครงการต่างๆ ได้แก่ ตราสารหนี้เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารหนี้พัฒนาสังคม (Social Bond) และตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond)

แต่เนื่องจาก ESG Bond สามารถออกมาเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ทำให้เป็นข้อจำกัดในการระดมทุน จึงได้มีการนำเสนอตราสารประเภทใหม่เพื่อให้บริษัทสามารถระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์แบบทั่วไปได้ แต่ยังสามารถส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อยู่ โดยการเสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน จะกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมหรือสังคม เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และกำหนดคุณลักษณะของตราสารหนี้ เช่น อัตราดอกเบี้ย ที่จะมีการเปลี่ยนไปตามผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งสามารถเป็นไปได้ทั้ง 2 ทิศทาง คือ อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น หากผู้ออกไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือ อัตราดอกเบี้ยปรับลดลง หากผู้ออกสามารถทำได้เป้า เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ออกทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

กราฟ

โดยหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนได้เสนอขายครั้งแรกในปี 2019 โดย Enel บริษัทพลังงานจากประเทศอิตาลี ได้เสนอขายตราสารหนี้เพื่อใช้สำหรับการดำเนินธุรกิจทั่วไปของบริษัท มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 5 ปี โดยให้ดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยมีเงื่อนไขว่า บริษัทจะต้องเพิ่มพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อย่างน้อย 55% ของกำลังการผลิตในสิ้นปี 2021 แต่หากบริษัทไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย อัตราดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้น 0.25% จนครบกำหนด ซึ่งหลังจากที่การเสนอขาย SLB ตัวแรกประสบความสำเร็จ ก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ออกเสนอขาย SLB เช่น Suzano บริษัทผลิตกระดาษของประเทศบราซิล Chanel บริษัทแฟชั่นจากฝรั่งเศส Novartis บริษัทผลิตยา รวมทั้ง Etihad สายการบินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

จากการเติบโตของตลาด SLB ส่งผลให้ ICMA (International Capital Market Association) ได้มีกำหนดแนวทางการออกและเสนอขาย SLB ออกมาในเดือนมิถุนายน 2020 โดยมีองค์ประกอบ 5 ข้อที่ผู้ออกจะต้องปฏิบัติตาม ด้งนี้

1. Selection of Key Performance Indicators: ระบุตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดที่กำหนดจะต้องสามารถประเมินผลได้ในเชิงปริมาณและสามารถตรวจสอบได้

2. Calibration of Sustainability Performance Targets: ระบุเป้าหมายของตัวชี้วัดที่ผู้ออกจะต้องทำ รวมถึงระยะเวลาในการวัดผล ซึ่งเป้าหมายที่กำหนดควรจะมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนของบริษัท

3. Bond Characteristics: ลักษณะของตราสารที่จะมีการเปลี่ยนแปลง หากบริษัทสามารถทำได้ หรือทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

4. Reporting: จัดทำรายงานเพื่อแจ้งผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดตามรอบระยะเวลา เช่น รายปี

5. Verification: ผู้ออกต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอิสระ เพื่อตรวจสอบและรับรองผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด

ในส่วนของประเทศไทยเอง ก.ล.ต. ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการขออนุญาตและเสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืนในเมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา รวมทั้งบริษัทก็ได้เสนอขายหุ้นกู้ SLB แล้วเช่นกัน โดยหุ้นกู้ SLB ตัวแรกของไทยออกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอาหารทะเล ได้ทำการเสนอขายหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน มูลค่า 5,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.47% โดยอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้น/ลง ตามผลสำเร็จของแต่ละเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ตั้งไว้ โดยมี 3 เป้าหมายดังนี้

SPT 1: การขึ้นทะเบียนใน DJSI Emerging Markets และ ได้รับการจัดอันดับเป็น 10 บริษัทแรก (Top 10 companies) ของ DJSI Food Products Industry Index

SPT 2: การลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานให้ได้ร้อยละ 4 ต่อปีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2566 และ ปี 2569

SPT 3: การเพิ่มการตรวจสอบด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ มีผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบบนเรือประมงปลาทูน่าให้ได้ร้อยละ 5 ต่อปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2566 และ ปี 2569

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การออกหุ้นกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน นอกจากจะเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ในการลงทุนของนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ในฐานะของผู้ออกตราสารหนี้เอง การที่อัตราดอกเบี้ยสามารถปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็จะเป็นแรงจูงใจหรือเป็นแรงผลักดันเพื่อให้บริษัทมีความตั้งใจในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ได้ตั้งไว้ได้มากขึ้นอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน