posttoday

ตลาดรอตอบรับข่าวดีจากการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1

13 มกราคม 2563

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 30.00-30.40 ตลาดรอตอบรับข่าวดีจากการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ณ กรุงวอชิงตัน ดี ซี ในวันที่ 15 มกราคมนี้ ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะเป็นผลดีให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเงินยูโร และค่าเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งเงินบาท

ด้านสหราชอาณาจักร ตลาดยังคงติดตามแนวทางการเจรจาการค้าของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ภายหลังจากสหราชอาณาจักรออกมาจากสหภาพเป็นที่เรียบร้อย โดยในวันจันทร์ วุฒิสภาของสหราชอาณาจักรมีกำหนดลงมติผ่านร่างข้อตกลง Brexit ของนายบอริส จอห์นสัน อีกครั้งหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างไปแล้วก่อนหน้านั้น ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ จีนจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ คือ จีดีพี ยอดค้าปลีก การส่งออก และการผลิตในวันจันทร์นี้ หากตัวเลขดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก็อาจเป็นปัจจัยบวกต่อเงินหยวนเช่นกัน ด้านไทย ปัจจัยติดตามหลัก คือ การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2020

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาท เงินบาทเคลื่อไหวผันผวนในกรอบ 30.13 – 30.34 โดยเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.15 และเคลื่อนไหวทรงตัวในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงหลังเหตุลอบสังหารนายพลระดับสูงอิหร่าน นายพลกัสซิม โซเลมานี โดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประกาศว่าประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ เป็นผู้สั่งการ และอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อปกป้องบุคลากรของสหรัฐฯ เนื่องจากนายพลโซเชมานีมีแผนที่จะโจมตีทหารอเมริกันในอิรัก รวมถึงสถานทูตของสหรัฐฯ หลายแห่ง ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อิรัก 2 แห่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเนื่องจากตลาดกังวลว่าความขัดแย่งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และนักลงทุนกลับเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ เงินเยน และทองคำ

ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงรวดเร็วในช่วงกลางสัปดาห์หลังจากผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. เตรียมผ่อนคลายกฎเกณฑ์เพื่อสนับสนุนเงินทุนไหลออกมากขึ้น เพื่อลดการแข็งค่าของเงินบาท โดยมาตรการที่อยู่ในการพิจารณาประกอบด้วย

(1) ขยายวงเงินที่ผู้ส่งออกสามารถคงรายได้ในต่างประเทศเป็น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อใบขน จากก่อนหน้านี้ที่ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

(2) ผ่อนคลายเกณฑ์การฝากรายได้ในบัญชีเงินตราต่างประเทศ (FCD)

(3) ผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศของบริษัทประกัน

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวแข็งค่าสอดคล้องกับค่าเงินเอเชียสกุลอื่นๆ ในช่วงปลายสัปดาห์ตามความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่ผ่อนคลายลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นต่อค่าเงินเอเชียโดยรวมยังดีขึ้นหลังจากทางการจีนยืนยันว่านายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อลงนามข้อตกลงการค้าในวันที่ 15 มกราคมนี้ ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.24 (เวลา 17.00)

ตลาดตราสารหนี้ ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวตามประเด็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยตลาดเปิดสัปดาห์ในโหมดปิดรับความเสี่ยง จากเหตุการณ์ที่อิหร่านได้ตอบโต้เหตุสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อิรัก 2 แห่งในช่วงเช้าของวันที่ 8 มกราคม 2563 ส่งผลให้นักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วการตอบโต้กลับของอิหร่านอาจไม่ได้มุ่งหวังต่อความสูญเสียของสหรัฐฯ แต่เป็นการแสดงออกว่าประเทศของตนไม่สามารถนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานีได้ และไม่ต้องการให้ความรุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกแถลงการณ์ว่าไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แต่อาจพิจารณามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้คาดการณ์ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านจะไม่บานปลายจนกลายเป็นภาวะสงคราม

เมื่อท่าทีของทั้งสองฝ่ายที่ดูผ่อนคลายลง จึงเห็นนักลงทุนต่างเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจหลักปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังได้รับแรงสนับสนุนจากการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าที่นักลงทุนได้คาดการณ์เอาไว้ ทั้งตัวเลขดัชนี ISM นอกภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.0 จาก 53.9 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดีขึ้นตามพัฒนาการการเจรจาทางการค้าสหรัฐฯ-จีน ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 202,000 ตำแหน่ง มากกว่าตัวเลขเดือนก่อนที่ 124,000 ตำแหน่ง และที่ตลาดคาด 160,000 ตำแหน่ง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับปัจจัยในต่างประเทศ กล่าวคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงก่อนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์มาปิดทรงตัวใกล้เคียงกับระดับเดิมก่อนหน้า โดย ณ วันที่ 10 มกราคม 2563 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.15% 1.12% 1.16% 1.20% 1.27% และ 1.38% ตามลำดับ

ตลาดรอตอบรับข่าวดีจากการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1

กระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 55 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 1,641 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 1,586 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ

ข่าวล่าสุด

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%