posttoday
ค่าเงินบาทแข็งค่า? รอผลการประชุมของ กนง.

ค่าเงินบาทแข็งค่า? รอผลการประชุมของ กนง.

04 พฤศจิกายน 2562

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money week) โดย...พีรพรรณ สุวรรณรัตน์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 30.00-30.40 จุดสนใจสำคัญของตลาดคาดว่าจะอยู่มติที่ประชุมนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ซึ่งตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่ 2 ภายในปีนี้ และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธนี้

อย่างไรก็ตาม หาก กนง. ไม่ได้มีมติตามที่ตลาดคาดการณ์อาจเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทแข็งค่าต่อได้ ในสัปดาห์เดียวกัน สหราชอาณาจักร มาเลเซีย และออสเตรเลียจะมีการประชุมนโยบายการเงินเช่นกันแต่ตลาดคาดว่าธนาคารกลางเหล่านี้จะคงนโยบายการเงินที่ระดับปัจจุบัน

นอกจากนี้ พัฒนาการของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนจะเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญต่อ เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าข้อตกลงระยะที่ 1 นั้นเสร็จสิ้นไปกว่า 60% แล้วและจะประกาศสถานที่ลงนามข้อตกลงเร็วๆ นี้ ขณะที่ตลาดเริ่มกังวลความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ดังนั้น หากมีความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าจะเป็นปัจจัยกดดันให้ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ได้

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นมากมาอยู่ที่ระดับ 30.209 และเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ จากความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์ที่ลดลงตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง ประกอบกับการเพิ่มความการคาดการณ์ของตลาดต่อการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ผลการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อหลังการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ มาอยู่ที่ระดับ 1.50-1.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ว่านายโพเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณหยุดการลดดอกเบี้ยในระยะต่อไปก็ตาม ด้านประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีนนั้นยังส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงหลังจากเจ้าหน้าที่จีนลังเลต่อการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระยะยาวกับสหรัฐฯ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายเตรียมลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นเร็วๆ นี้ เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.170 (เวลา 17.00)

ประเด็นสำคัญในตลาดตราสารหนี้สัปดาห์ที่ผ่านมาคือการประชุมธนาคารกลางของสหรัฐฯ ที่มีมติ 8 ต่อ 2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.50 - 1.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้

โดยสาระสำคัญในถ้อยแถลงได้ตัดเนื้อความสำคัญที่กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจออกไป ทำให้ตลาดตีความได้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ อาจจะถึงจุดสมดุลเพียงพอที่จะป้องกันเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ และการตัดสินใจต่ออัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า จะพิจารณาจากปัจจัยเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เป็นหลัก ทำให้ตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งสอดคล้องกับตลาดฟิวเจอร์ที่ให้โอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 25 bps ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้อยู่ที่ระดับ 21% (ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 62 เวลา 16.00 น.) ลดลงจากระดับ 45% เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจนถึงช่วงเวลาที่จะลงนามในข้อตกลงการค้าในขั้นแรก (Phase 1) ภายหลังจากที่ผู้นำชิลีประกาศยกเลิกการประชุมเอเปคในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ประกอบกับประเด็นที่เจ้าหน้าที่จีนได้ออกมาให้ความเห็นว่าจีนยังมีความลังเลต่อการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระยะยาวกับสหรัฐฯ ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในช่วงท้ายของสัปดาห์ จึงเห็นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวทรงตัว โดยในช่วงต้นสัปดาห์อัตราผลตอบแทนปรับสูงขึ้นสืบเนื่องจากบรรยากาศที่นักลงทุนคลายความกังวลจากเรื่องข้อตกลงการค้าในขั้นแรก อย่าไงก็ตามนักลงทุนเริ่มกลับมาซื้อตราสารหนี้ในช่วงท้ายสัปดาห์จากความกังวลต่อประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่งผลให้ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.43% 1.40% 1.40% 1.41% 1.47% และ 1.53% ตามลำดับ

ค่าเงินบาทแข็งค่า? รอผลการประชุมของ กนง.

กระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 2,604 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 1,150 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 3,759 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 5 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน