posttoday
กองทุน Fixed Term รูปแบบใหม่ที่ใครๆต้องเหลียวมอง “Fixed Maturity Product”

กองทุน Fixed Term รูปแบบใหม่ที่ใครๆต้องเหลียวมอง “Fixed Maturity Product”

24 ตุลาคม 2562

คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...กฤษณ์ ประพฤทธิ์วงศ์ ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนกลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...กฤษณ์ ประพฤทธิ์วงศ์ ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนกลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย

สถาณการณ์ปัจจุบันที่ดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลตอบแทนการลงทุนเงินฝากและกองทุนตราสารหนี้ต่ำลงไปด้วย นักลงทุนจึงเริ่มมองหาการลงทุนประเภทอื่นๆที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้น จะเห็นได้จากในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาจะมีกองทุนและหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงออกมาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อภาครัฐมีการจัดเก็บภาษีจากการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะยาว ทำให้นักลงทุนต้องคิดใหม่

จุดเด่นของกองทุน Fixed Maturity Product คือ มีผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในกองทุนที่ Fixed Term เนื่องจากกองทุนมีการเพิ่มตราสารที่อยู่ต่ำกว่าระดับการลงทุน และอายุเฉลี่ยของตราสารก็มีระยะเวลาการลงทุนที่นานขึ้นด้วย โดยมากจะมีอายุมากกว่า 2 ปี ดังนั้นกองทุนประเภทนี้จะให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้จัดการกองทุนจะพยายามควบคุมความเสี่ยงให้เหมาะสมกับผลตอบแทน เช่น อาจกำหนดน้ำหนักของตราสารที่มีความเสี่ยงสูงให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมและน้อยกว่าตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำ กองทุนยังมีความยืดหยุ่นในการลงทุนให้สามารถกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในหลายอุตสาหกรรม การลงทุนในหลายบริษัท โดยมากมักจะลงทุนตั้งแต่ 10 บริษัทขึ้นไป จุดเด่นอีกหนึ่งเรื่อง คือ กองทุนประเภทนี้ ยังได้ประโยชน์จากการได้รับยกเว้นภาษีตราสารหนี้เนื่องจากเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่นำเงินผู้ลงทุนไปลงทุนกองทุนหลักเพียงกองเดียว ซึ่งกรณีนี้เป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนสนใจเป็นพิเศษ ในการตัดสินใจลงทุนกองทุนประเภทนี้

กองทุน Fixed Term รูปแบบใหม่ที่ใครๆต้องเหลียวมอง “Fixed Maturity Product”

ข้อควรระวังของการลงุทนประเภทนี้

1. การลงทุนใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี ทำให้ผู้ลงทุนจะต้องวางเป้าหมายการลงทุนนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นระยะยาวสภาพคล่องจะไม่ใช่ปัญหา

2. ตราสารมีการลงทุนมากกว่า 1 ปีทำให้บางช่วงราคาจะมีการขึ้นลงจากความผันผวนของดอกเบี้ยในตลาด ก่อนกองทุนจะครบกำหนด

3. ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากกองทุนลงทุนเป็นสกุลเงินต่างประเทศ

4. การลงทุนมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการเพิ่มผลตอบแทนโดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยง

ทำความเข้าใจเรื่อง อันดับความน่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจลงทุน

โดยทั่วไปแล้วการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมีด้วยกัน 2 ประเภท

ประเภทแรก คือ อันดับความน่าเชื่อถือภายในประเทศ (Domestic Credit Rating) เช่น ในประเทศไทยจะมีบริษัทที่ให้บริการออกอันดับความน่าเชื่อถือ 2 ที่คือ บริษัท fitch และ TRIS เรทติ้ง โดยอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดอยู่ที่ AAA ซึ่งจะสะท้อนความเสี่ยงต่ำสุด

ประเภทที่สอง อันดับความน่าเชื่อถือสากล (International Credit Rating) จะถูกจัดอันดับโดยบริษัทที่ให้บริการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศ เช่น S&P, Moody’s ซึ่งจะมีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นสากล โดยอันดับความน่าเชื่อถือจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญๆ คือ ตราสารที่สามารถลงทุนได้ และ ตราสารที่มีอันดับต่ำกว่าการลงทุน อันดับที่อยู่ในช่วง AAA ถึง BBB- เป็นช่วงตราสารที่อยู่ในระดับลงทุนได้

สิ่งที่น่าสนใจคือการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารที่ออกโดยบริษัทรับจัดอันดับจากต่างประเทศจะให้อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารได้ไม่เกิน อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

หากผู้ลงทุนได้ทำความเข้าใจถึงลักษณะผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนก็จะทำให้ผู้ลงทุนมีความสุขกับการเห็นผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น นวัตกรรมทางการลงทุนเกิดขึ้นพร้อมโอกาสการลงทุนเสมอ ขอเพียงเราศึกษาข้อมูลเพียงพอก็สามารถสร้างความสุขในการลงทุนไปพร้อมผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงที่เหมาะสม ขอให้โชคดีกับการลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน