posttoday
วางพอร์ตให้มั่น

วางพอร์ตให้มั่น

03 ตุลาคม 2562

คอลัมน์ รู้รอบโลก รู้รอบรวย โดย...ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

คอลัมน์ รู้รอบโลก รู้รอบรวย โดย...ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง หรือหดตัวจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งในครั้งนี้ธนาคารกลางและภาครัฐทั่วโลกได้ให้ความสำคัญที่จะแก้ไขไม่ให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะ หดตัว โดยใช้นโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายภาครัฐ หรือแม้กระทั่งการใช้ความเป็นชาตินิยมกระตุ้นกระแสการกีดกันทางการค้า แม้การใช้เครื่องมือเหล่านี้อาจมีผลที่จะทำให้เศรษฐกิจ ไม่ทรุดหนักในระยะสั้น แต่ในระยะกลางถึงยาวโลกคงต้องรับมือกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสภาวะแวดล้อม 3 ด้าน (3D) ที่กำลังมีผลอย่างมากต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย ซึ่ง 3D นั้นคือ

1. Debt ปริมาณการถือครองตราสารหนี้ของธนาคารกลางทั่วโลกจากการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2008 และจากจุดนี้ไปและความต้องการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นของนักลงทุนส่งผลให้ปริมาณหนี้ในโลกทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมดพุ่งสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการเพิ่มปริมาณเงินและหนี้สินของทั้งระบบได้ช่วยให้เศรษฐกิจโลกใน 10 ปีที่ผ่านมาฟื้นจากวิกฤตการเงินในปี 2008-2009 อย่างต่อเนื่อง แต่การเสพติดการกระตุ้นแบบนี้อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อในอนาคตที่อาจสูงขึ้นอย่างมาก และการถอนการอัดฉีดลักษณะนี้เป็นไปได้ยากทั้งในมุมของการพยุงเศรษฐกิจมหภาคให้เติบโตอย่างต่อเนื่องหรือเสถียรภาพทางการเมืองในการหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ

2. Demographics ต้องยอมรับว่าโลกเราหลาย ๆ ประเทศเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย แรงงานใหม่มีน้อยลง ตัวผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากการใช้แรงงานเพื่อเพิ่มผลผลิตเริ่มเป็นไปได้ยาก การใช้จ่ายจากผู้สูงวัยก็น้อยลง ธุรกรรมทางเศรษฐกิจก็น้อยลงตาม ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ แต่การฝึกกระตุ้นเศรษฐกิจที่แผ่วลงเพราะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอาจทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกมาก

3. Disruption เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Shopping online ที่ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป เป็นการซื้อขายโดยตรงกับผู้ซื้อ ต้นทุนในการจัดวางหน้าร้านหรือโฆษณาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สามารถที่จะแสดงสินค้า หรือโปรโมทสินค้าผ่านทาง Online Social Network ได้อย่างง่ายดายเช่น Facebook Instagram เป็นต้น อีกทั้งการขนส่งในสมัยนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคสามารถที่จะเปรียบเทียบราคาสินค้าได้หลากหลายง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว การผลิตที่มีประสิทธิผลมากขึ้นจากการใช้หุ่นยนต์ การบริหารที่ใช้ดาต้า การวิเคราะห์ และ AI ในการช่วยตัดสินใจเพื่อเพิ่มประสิทธิผลที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัย

จะเห็นได้ว่ามีความเสี่ยงหลายอย่างซ่อนอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นการลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน ควรที่จะลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ อย่าง กองทุน K-GLAM ที่ทาง KAsset กำลังเสนอขายอยู่มีการกระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ โดยกำหนดความเสี่ยงของแต่ละสินทรัพย์ก่อน แล้วค่อยหาสัดส่วนการลงทุนว่าควรจะลงทุนเท่าใดเพื่อที่จะให้ค่าความเสี่ยงของแต่ละสินทรัพย์มีสัดส่วนตามที่ได้กำหนดไว้ ต่างจากการลงทุนหลายสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ใช้สัดส่วนการลงทุนเป็นตัวตั้ง การลงทุนลักษณะนี้ช่วยในการปรับความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของนักลงทุนหรือการคาดเดาว่าสถานการณ์ใดในโลกจะเกิดเมื่อใด K-GLAM จึงเป็นทางเลือกที่น่าลงทุนมากในเวลาที่ความเสี่ยงยากที่จะคาดเดาสูงขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน