
การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยต่ำ (ขาลง)
คอลัมน์ Healthy Wealth
คอลัมน์ Healthy Wealth
เรื่อง การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยต่ำ (ขาลง)
โดย เสาวลักษณ์ คำวิลัยศักดิ์
ฝ่ายตราสารหนี้ บลจ.เอ็มเอฟซี
..............................................
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ผิดไปจากการคาดการณ์ของนักลงทุนในปี 2562 คือ การที่ธนาคารกลางทั่วโลกรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย กลับมาดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง หลังจากที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีก่อน การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินดังกล่าว มีเหตุผลเพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลงแรงจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้และมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อเนื่อง
ที่มา : Bloomberg, MFC ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2562
การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นหรือลดลง ย่อมมีผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุน ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องเตรียมแผนการลงทุนและปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากสภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยการกระจายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) หรือหลักทรัพย์ (Securities) หลายประเภทที่แตกต่างกันเพื่อกระจายความเสี่ยงให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ ในสภาวะดอกเบี้ยต่ำและมีแนวโน้มลดลงนั้นสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหรือหลักทรัพย์ประเภทที่ให้ Yield Play ผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงพอสมควร ตัวอย่างของสินทรัพย์ประเภท Yield Play ได้แก่ หุ้นปันผล ตราสารหนี้ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์
หุ้นปันผล เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องระมัดระวังสำหรับการลงทุนระยะสั้นเพราะในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนราคาหุ้นอาจจะปรับลดลงและเกิดผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาได้ โดยเฉพาะในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทางเศรษฐกิจและการเมือง เช่นความตึงเครียดของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในกลุ่มประเทศอาหรับ
ตราสารหนี้ แบ่งเป็นภาครัฐและภาคเอกชน โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยรับที่สม่ำเสมอ ในภาวะดอกเบี้ยขาลงควรเลือกลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวมากกว่าระยะสั้นเนื่องจากราคาตราสารหนี้ระยะยาวจะปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าทำให้มีกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital gain) มากกว่า ตราสารหนี้เอกชนมักจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ภาครัฐ อย่างไรก็ตามการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่า โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ที่นักลงทุนจะได้ประโยชน์จากรายได้ของค่าเช่าหรือค่าบริการอย่างสม่ำเสมอ และสินทรัพย์ที่กองทุนรวมดังกล่าวลงทุนจะมีความทนทานต่อความผันผวนของเศรษฐกิจมากกว่าหุ้นสามัญ อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดรอง ราคาจึงอาจผันผวนตามสภาวะตลาด และการลงทุนมีความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงซึ่งอาจจะกระทบต่อรายได้ของกองทุน
หมายเหตุ : 1. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ย 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย 2. ผลตอบแทนรวมเป็นผลตอบแทนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุน สิทธิในการจองหุ้น และเงินปันผล
เหรียญมีสองด้าน การลงทุนก็เช่นเดียวกันอาจให้ผลได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยเฉพาะในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์นั้นๆ โดยสามารถเลือกลงทุนผ่านบริษัทจัดการกองทุนที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการลงทุน โดยขอคำแนะนำผ่านผู้แนะนำการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน







