รัฐบาลเอสเอ็มอี

  • วันที่ 25 มี.ค. 2562 เวลา 10:15 น.

รัฐบาลเอสเอ็มอี

เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ภาพของรัฐบาลใหม่ก็ปรากฏให้เห็น

ตัวเลขที่ออกมาน่าจะทำให้เกิดขั้วต่างๆ อย่างชัดเจน

คะแนนแต่ละฝ่ายเหมือนจะไม่ทิ้งกันจนไม่เห็นฝุ่น ทำให้ตั้งรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข แบบเบ็ดเสร็จไม่ได้

เรียกได้ว่าไม่มีแลนด์สไลด์

การตั้งรัฐบาลจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของจำนวน สส.ในสภาผู้แทนราษฎร

เหตุเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายไม่สามารถคุมชัยชนะเด็ดขาด

ทั้งหมดจะไปอยู่ที่ สว.หรือวุฒิสมาชิกที่จะมีการประกาศรายชื่อออกมาในภายหลัง

สว. 250 คน กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ

เสียง สว.เทไปข้างไหน ข้างนั้นก็จะชนะ

การที่จะให้ สว.ยึดเอาผลการเลือกตั้งเป็นหลัก และให้สนับสนุนพรรคที่รับคะแนนเสียงเลือกตั้งในอันดับต้นๆ ทั้งหมดคงกระทำได้ยาก

เพราะในสนามเลือกตั้ง ชนะกันไม่ขาดอย่างที่เห็น

รัฐธรรมนูญ รวมถึงวิถีการเมืองดั้งเดิม ใครที่รวมรายชื่อ สส.ได้มากกว่าคนนั้นชนะ

เพียงแต่ว่าพรรคที่ได้เสียง สส.มากสุด ก็มีโอกาสรวบรวมรายชื่อได้ก่อน มีแต้มต่อ

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไป

สาเหตุสำคัญมาจาก สว. 250 เสียง มีโอกาสเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย

การตั้งรัฐบาลจึงต้องมีการรวบรวมเสียงในสภาฯ ทั้ง สส. 500 เสียง และ สว. 250 เสียง

ฟากไหนรวมได้เกินครึ่ง หรือ 376 เสียง ถึงจะชนะ

นี่แหละ ปัจจัยชี้ขาด

และจะเป็นเหตุทำให้พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่ยังรีรอ ไม่ประกาศจุดยืนแน่ชัด ได้ตัดสินใจเข้าร่วมหอลงโรงกับพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มจะได้รับการสนับสนุนจาก สว.

นาทีนี้คงไม่ต้องพูดแล้วใครจะเป็นนายกฯ

รูปการณ์ออกมาค่อนข้างจะเห็นชัดเจน

เพียงแต่ว่ารัฐบาลหลังเลือกตั้ง ทำท่าจะเป็นรัฐบาลผสม มีพรรคแกนนำ และพรรคเล็ก พรรคน้อยเข้าร่วม

พรรคแกนนำ กับพรรคที่เข้าร่วมจะมีอำนาจต่อรองไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ หรือพรรคขนาดเล็ก สถานภาพจะไม่แตกต่าง ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสียง สส. เพราะถ้าพรรคใดถอนตัว รัฐบาลก็จะเกิดปัญหาทันที

เสถียรภาพของรัฐบาลจะเป็นประเด็นสำคัญในอนาคต จากลักษณะของรัฐบาลเอสเอ็มอี ที่มีพรรคแกนนำ จากนั้นจะเป็นพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก นั่นเอง

ปัญหาก็ส่วนปัญหา แต่ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าต่อ

อย่างน้อยมีการเลือกตั้ง อย่างน้อยมีการจัดตั้งรัฐบาล อย่างน้อยบ้านเมืองก็สงบไปได้อีกระยะ

เป็นการเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำอีกครั้ง

เพียงแต่เปลี่ยนจากเส้นทางสีเขียว เป็นเส้นทางในสภาฯ