
เฟิสต์โหวต
เวลาผ่านไปรวดเร็วนะครับ นอกจากนับถอยหลังก่อนถึงวันยุติการพิมพ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
เรื่อง ขำ เคืองใจ
เวลาผ่านไปรวดเร็วนะครับ นอกจากนับถอยหลังก่อนถึงวันยุติการพิมพ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์เหนี่ยวไกจะอันตรธานจากสื่อกระดาษ ส่วนจะถูกนำเสนอตามพื้นที่สื่อในรูปแบบอื่นหรือไม่ คงต้องไปติดตามกันต่อไป
แต่อีกห้วงเวลาสำคัญที่กำลังใกล้เข้ามาเหมือนกัน สำหรับประชาชนทั้งที่อยู่ในประเทศและพำนักพักอาศัยอยู่ต่างประเทศ เป็นเรื่องใดไปไม่ได้ นอกจากการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง
“กาบัตรใบเดียวได้สามอย่าง” ทั้งผู้สมัคร สส.ในเขตพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ และยังจะนำคะแนนไปโปะให้ผู้สมัครในบัญชีรายชื่อของพรรคนั้นอีกทั้งเมื่อพรรคนั้นได้จำนวน สส.มากขึ้นจะแผ่อานิสงส์ไปถึงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคนั้นเมื่อเข้าไปโหวตในสภาด้วย
อย่างที่กล่าวข้างต้น เหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวันเท่านั้นเอง แต่ที่จะเริ่มใช้สิทธิกันก่อนคือการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในประเทศและนอกราชอาณาจักร ในวันที่ 17 มี.ค. 2562 หรือก่อนถึงวันเลือกตั้งใหญ่หนึ่งสัปดาห์ วันที่ 24 มี.ค. 2562 นั่นเอง
คราวนี้มาดูจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้สักหน่อย ตามที่กระทรวงมหาดไทยสรุปออกมา มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 51.49 ล้านคน
เมื่อแยกระดับอายุ พบว่า กลุ่มช่วงอายุ 26-45 ปี เป็นกลุ่มช่วงอายุที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด จำนวน 19,583,472 คน รองลงมาคือช่วงอายุ 46-60 ปี มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 14,444,663 คน
ส่วนช่วงอายุ 18-25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่ม First Vote มีจำนวนผู้ที่มีสิทธิ 7,339,772 คน แบ่งเป็น เพศชาย 3,737,234 คน เพศหญิง 3,602,538 คน
ก่อนหน้านี้... ขำ เคืองใจ ...อ่านผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ระบุอย่างน่าสนใจ คนช่วงวัย 46 อัพขึ้นไป ให้ความสนใจการเมืองสูงมาก นั่นหมายถึงสนใจเลือกตั้งมาก ถึงขนาดระบุด้วยว่าพวกเขาจะเป็นพลังในการกำหนดอนาคตประเทศทีเดียว
นั่นเป็นข้อความตามข่าวที่เสนอออกมา
ทว่าอีกกลุ่มหนึ่งไม่อาจมองข้าม คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วงอายุ18-25 ปี เรียกกันว่า First Vote หรือกลุ่มใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก โดยระดับอายุพูดกันตามประสาวัยรุ่น คือ คนรุ่นใหม่
นักคณิตศาสตร์ทางการเมือง นำตัวเลขคนรุ่นใหม่เหล่านี้มาบวกลบคูณหารคำนวณสูตรการได้มาซึ่งที่นั่งในสภา ระบุว่า จำนวน 7.3 ล้านคน สามารถได้ สส.ถึง 118 ที่นั่ง
ตรองคิดดูครับ สส. 118 คน จะกระจายหรือกระจุกไปยังพรรคใดบ้าง ก็มาจากการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ในการกาบัตร
ไม่แปลกที่มีพรรคการเมืองบางพรรคโดยเฉพาะพรรคเกิดใหม่ พยายามจับจุดคว้าใจคนรุ่นใหม่ให้ได้ ทั้งการปราศรัยขายแพ็กเกจเอาใจชาววัยรุ่น
แต่ในห้วงเวลาการขายฝันเพื่อให้ได้ที่นั่งเข้าสภา มีความพยายามของพรรคที่หล่อหลอมความคิดเด็กรุ่นใหม่ให้มีความเข้าใจผิดๆ ก็มี
ทั้งเรื่องการสร้างวาทกรรมให้เกลียดชังคนรุ่นเก่า เกลียดทหารดูจะเลอะเทอะอยู่เหมือนกัน หนักเข้าก็สร้างวาทกรรมหยามเหยียดวัฒนธรรมไทยอันดีงาม
บนถนนการเมืองเต็มไปด้วยการเสแสร้งแกล้งหลอกเพื่อหวังได้อำนาจ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อคนรุ่นใหม่ น่าจะเป็นอีกทางก่อนตัดสินใจเข้าคูหา







