posttoday
สู้โลกร้อนอย่างไร!

สู้โลกร้อนอย่างไร!

27 กุมภาพันธ์ 2562

ตอนนี้ทั่วโลกกำลังตระหนกและกังวลถึงสถานการณ์ภาวะโลกร้อน ด้วยเพราะอุณหภูมิของโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส

เรื่อง สลาตัน

ตอนนี้ทั่วโลกกำลังตระหนกและกังวลถึงสถานการณ์ภาวะโลกร้อน ด้วยเพราะอุณหภูมิของโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส ตัวเลขเพียงเท่านี้กำลังส่งสัญญาณถึงมวลมนุษยชาติทั่วโลก หากนิ่งเฉยต่อไปไร้มาตรการลดโลกร้อน อนาคตโลกใบนี้คงอยู่ไม่ทันให้ลูกหลานได้ใช้อยู่อาศัยกันแน่นอน

นักวิทยาศาสตร์หลายประเทศพยายามศึกษาคิดค้นวิธีบรรเทาปัญหาโลกร้อน ตอนนี้เหมือนจะเริ่มเห็นแสงสว่างรำไร หลังผลการศึกษานี้เป็นผลงานจากมันสมองของ ดร.โทมัส ครอว์เธอร์ นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมชาวอเมริกัน พบว่าหากการปลูกต้นไม้ 1.2 ล้านล้านต้นทั่วโลกสามารถทำได้จริง จะถือเป็นวิธีการลดก๊าซต่อโลกร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดมากกว่าวิธีการใดๆ ที่มนุษย์มีอยู่และใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ ระบบพลังงานทางเลือก และการลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์

นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้บอกว่า ต้นไม้คืออาวุธที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน แม้การปลูกป่าให้หวนกลับมาดั่งเดิมทั่วโลกจะเป็นไปไม่ได้ แต่แนวโน้มโครงการปลูกป่าที่มีขึ้นในโลกนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

สอดรับกับโครงการของสหประชาชาติหรือยูเอ็น ที่มีโครงการปลูกป่าชื่อว่า บิลเลียน ทรี แคมเปญ (Billion Tree Campaign) แปลว่า ต้นไม้พันล้านต้น ล่าสุดยูเอ็นเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น ทริลเลียน ทรี แคมเปญ (Trillion Tree Campaign) แปลว่า ต้นไม้ล้านล้านต้น

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวของยูเอ็นประสบความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ไปแล้วทั่วโลก 1.38 หมื่นล้านต้น นั่นเป็นตัวอย่างจากหน่วยงานระดับโลกหันมานำร่อง สู่ตัวอย่างขับเคลื่อนรณรงค์ให้หันมาปลูกต้นไม้ เพื่อลดโลกร้อนใบนี้ที่กำลังบูดเบี้ยวเพราะน้ำมือของมนุษย์ ถาโถมสิ่งมลพิษสู่โลกใบนี้อย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะพฤติกรรมของมนุษย์ อุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น

วนกลับมาที่บ้านเรา ตอนนี้ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2562 โดยอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนจะสูงขึ้นเกือบทั่วไปและมีอากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน พ.ค.นี้

นั่นคือประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาที่ย้ำว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว คำนวณดูฤดูกินเวลายาวไปกว่า 3 เดือน นั่นหมายความเราทุกคนต้องเผชิญกับความร้อน แสงแดดแผดเผา ร้อนระอุ เหงื่อไหลไคลย้อยกันแน่นอน

คาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดในภาคต่างๆ อาทิ บริเวณภาคเหนือและภาคอีสานจะมีอุณหภูมิสูงสุด อยู่ที่ 40-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะใน จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน หนองบัวลำภู อุดรธานี มุกดาหาร และชัยภูมิ เป็นต้น ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอุณหภูมิสูงสุด อยู่ที่ 40-42 องศาเซลเซียส เช่น จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรา เป็นต้น ส่วนภาคใต้ทั้งสองฝั่งจะมีอุณหภูมิสูงสุด อยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส หลายจังหวัดเริ่มประสบปัญหาน้ำแห้งขอด คู คลอง ลำธาร บ่อน้ำ กำลังเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆ ความร้อนไม่เคยปรานีใคร มีแต่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อไป แล้วเราล่ะ...จะทำอย่างไรปัญหาโลกร้อนถึงจะบรรเทาเบาบางลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน