
ปมชี้ขาดทางเศรษฐกิจ
นโยบายเศรษฐกิจที่จะกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันตลอดทั้งปีนี้ เห็นจะเป็นนโยบายการเงิน
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย
นโยบายเศรษฐกิจที่จะกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันตลอดทั้งปีนี้ เห็นจะเป็นนโยบายการเงิน
ประเด็นสำคัญ คือ ค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย
ส่วนนโยบายการคลัง คงไม่ใช่สิ่งที่จะมาถกเถียงมากนัก เพราะหลังการเลือกตั้งไม่แคล้วรัฐบาลใหม่จะต้องใส่เงิน อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
สาเหตุก็เพื่อพยุงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มไม่ค่อยสดใสนักในช่วงต้นปี
เมื่อนโยบายการคลัง อัดฉีดเข้าสู่ระบบ นโยบายการเงินก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกพาดพิง
เพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือค่าเงินบาทที่อ่อนหรือแข็ง มีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ
และที่น่าปวดหัวก็คือ การขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ย จะมีผลต่อค่าเงินบาท ทำให้อ่อนหรือแข็งด้วยเช่นกัน
การตัดสินนโยบายเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก และมีปัจจัยทำให้พลาดได้หลายประการ
ไม่เช่นนั้นโลกนี้ คงไม่มีคำว่าวิกฤตเศรษฐกิจเป็นแน่
สำหรับประเด็นการขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้โอกาสที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก คงไม่ง่ายนัก
เพราะแรงกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ลดน้อยลงไปแล้ว โดยธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน
เมื่อยักษ์ใหญ่ส่งสัญญาณเช่นนี้ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยคงไม่ต้องรีบร้อน
ยิ่งถ้ามีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผลที่จะตามมาก็คือ ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่ม บรรดาบริษัทธุรกิจ โดยเฉพาะขนาดกลาง ขนาดเล็ก ก็จะย่ำแย่ตามลงไปด้วย
ปัจจัยในประเทศเอง อย่างอัตราเงินเฟ้อ ก็ยังคงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้น แต่การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ราคาสินค้าอื่นๆ ยังไม่ปรับเพิ่มจนอยู่ในภาวะที่น่าห่วง
นอกจากนั้น หากขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็จะยิ่งทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นไปอีก จากเงินทุนต่างชาติที่จะเข้ามาแสวงประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ย
แนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้ ยังทำท่าจะเหนื่อยกว่าที่เห็น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงไปได้ง่ายๆ
เมื่อดอกเบี้ยไม่ขึ้น คราวนี้ก็มาถึงค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทเดินหน้าแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะมีแนวโน้มแข็งค่าไปอีก
การที่เงินบาทแข็ง ส่งผลถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ตามมา ทั้งด้านบวกและลบ
ด้านบวก ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมัน ที่มีต้นทุนการนำเข้าลดต่ำลง
แต่ในด้านลบ ทำให้การส่งออกของประเทศมีปัญหา โดยเฉพาะสินค้าเกษตรขั้นพื้นฐานที่ต้องอาศัยราคาเป็นหลัก
ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่จะเป็นสิ่งยอดฮิตในปีนี้ คงไม่แคล้วเรื่องค่าเงินบาท
ที่ถ้าแข็งค่าขึ้นอีกเมื่อใด แรงกดดันจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ค่าเงินบาทจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดทางเศรษฐกิจในปีนี้ไปเสียแล้ว







