กับดักเศรษฐกิจไทย

วันที่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 10:30 น.
กับดักเศรษฐกิจไทย
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น มองแล้วยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นทุกขณะ

ไม่เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตได้เท่านั้น แต่ยังมีปัญหาพื้นฐานที่ตามมาคือการลดความเหลื่อมล้ำ การกระจายความมั่งคั่ง

ไม่ใช่รวยกระจุก จนกระจาย คนรวยหยิบมือเดียว แต่คนจนกระจายเต็มไปหมด เหมือนกับสภาพที่เกิดขึ้นในตลอดระยะเวลาหลายสิบปี และตามแก้กันอย่างไรก็แก้ยังไม่ได้

และปัญหาที่จะทวีความสำคัญมากขึ้น จำเป็นต้องคิดกันให้ถ่องแท้ก็คือการสร้างตลาดแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานลักษณะใหม่ๆ

เศรษฐกิจแม้จะเติบโตเพียงใด แต่หากไม่ก่อให้เกิดการจ้างงานก็ต้องถือว่าประสบความล้มเหลวในแง่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ รูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันปรับเปลี่ยนมากมาย โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้ตลาดแรงงานหดตัวลง แรงงานบางประเภทต้องถึงขั้นสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิง

กลุ่มที่เคยเป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่ อย่างธนาคารพาณิชย์ การจ้างงานก็ลดลง มิหนำซ้ำยังอยู่ในภาวะการหดตัว พนักงานออกไม่รับคนเข้า มีการออกโครงการเกษียณก่อนกำหนด ฯลฯ

สิ่งที่มาแทนที่คนที่เคยทำงานคือเทคโนโลยี

ขณะเดียวกันแม้จะมีธุรกิจใหม่ๆ อาทิ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ แต่ทว่าความน่าห่วงก็คือ สินค้าที่ค้าขายในอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน 60-70% เป็นสินค้าของต่างชาติ โดยเฉพาะสินค้าจีน

หมายความว่า เมื่ออี-คอมเมิร์ซเติบโต สินค้าที่ได้รับผลดีคือสินค้าต่างชาติ ขณะที่สินค้าไทยไม่ได้รับผลบวกอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

มองไปยังธุรกิจสื่อ ตลาดแรงงานโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ หดตัว เนื่องจากโฆษณาที่หดหาย แต่ยอดโฆษณาในสื่อใหม่ สื่อโซเชียลมีเดีย ที่ขยายตัวมากขึ้น

แต่เม็ดเงินโฆษณาในสื่อใหม่ๆ 70% ตกเป็นของกิจการข้ามชาติ อยู่ในมือยักษ์ใหญ่เพียง 3-4 รายเท่านั้นที่ควบคุมตลาดเอาไว้ได้

มองไปแม้กระทั่งแรงงานในโรงอุตสาหกรรม ที่เดิมทีจ้างแรงงานไทยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันแรงงานที่เข้ามา คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา

เม็ดเงินที่ได้ก็ส่งกลับประเทศ

ทั้งหมดจึงต้องหาหนทางให้ดี อนาคตแรงงานไทยจะไปในทิศทางใด

แม้ตัวเลขการว่างงานของภาครัฐจะออกมาอยู่ในอัตราต่ำ แต่ทว่าด้วยอัตราเร่งของเทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนสภาพธุรกิจ จะทำให้อัตราการว่างงานอย่างแท้จริง ปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

และสภาพการว่างงานของบ้านเรา แตกต่างจากต่างประเทศ โดยยังมีลักษณะการว่างงานแฝง จากสภาพสังคมที่ยังคงมีลักษณะเป็นเครือญาติคอยค้ำจุนกันอยู่

อนาคตจึงจำเป็นต้องมองถึงลักษณะงานที่เรามีความได้เปรียบเป็นจุดแข็ง

ธุรกิจที่ยังจ้างงานชัดเจน คือภาคบริการ อย่างท่องเที่ยว และภาคการผลิตคือภาคการเกษตรที่ยังคงเป็นหัวใจหลัก

ที่เหลือก็มองไม่เห็น อะไรจะเป็นตลาดรองรับแรงงานขนาดใหญ่

นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตเศรษฐกิจไทย

บทความแนะนำ