คงไม่เนิ่นช้าเกินไป

  • วันที่ 15 ก.พ. 2562 เวลา 10:30 น.

คงไม่เนิ่นช้าเกินไป

เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

กลายเป็นมติเอกฉันท์อีกครั้ง

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องยุบพรรค ด้วยมติ 7 ต่อ 0 ทั้งหมดเป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้เสนอ

และประเด็นที่จะพิจารณายุบ หรือไม่ยุบ ก็อิงกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 เป็นผลจากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เพราะ กกต.เห็นว่า เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

กระบวนการยุบหรือไม่ยุบ จึงผ่านปากประตูองค์กรที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้ว

ตั้งแต่นายด่าน คือ กกต. จนไปถึงผู้ตัดสินคือศาลรัฐธรรมนูญ

ขั้นตอนต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้ผู้ร้องคือ กกต.ให้รับทราบ รวมถึงส่งสำเนาคำร้องให้พรรคที่ถูกยื่นให้ยุบ ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

หากไม่ชี้แจง ถือว่าไม่ติดใจในข้อกล่าวหา

ส่วนการส่งสำเนาคำร้อง จะให้เจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ส่ง ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง

ถ้าไม่มีผู้รับให้ปิดหนังสือนำส่งและสำเนาคำร้องไว้ ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง

วิธีการนี้ให้ถือว่าได้ส่งโดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 5 ประกอบมาตรา 54 แล้วด้วย

นั่นแสดงว่า ระยะเวลาในการแก้ข้อกล่าวหาจะไม่ยืดเยื้อ

จะบอกว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีใครรับเรื่องคงไม่ได้ เนื่องจากไปติดที่หน้าพรรค ทำตามกฎหมาย

และไม่ต้องไปดั้นด้นขอเอกสารข้อกล่าวหาอีกต่อไป เพราะเอามาติดกันให้เห็น ไม่ต้องคัดค้านที่ไหน ให้ไปชี้แจงตามคำสั่งศาลเป็นพอ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการทั้งหมดอาจจะผ่อนผันให้ได้บ้าง แต่คงไม่ใช่เวลาที่ยาวนานนัก ประเภทยื้อกันไป ยืดกันมา

เรียกได้ว่า ต้องคอยดูคำตัดสินจะออกมาก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่

ถ้าดูข้อมูลทั้งหมดแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่าอาจเสร็จได้ทัน

สาเหตุเพราะข้อเท็จจริงปรากฏออกมาเกือบทั้งหมดแล้ว

แต่สุดท้าย คงต้องรอฟังจากศาลรัฐธรรมนูญ

และเรื่องนี้ ถ้าใครติดตามคงเห็นแล้วว่า ทุกอย่างเป็นมติเอกฉันท์หมด

เริ่มตั้งแต่ กกต. เมื่อมีผู้ร้องเรียนก็ประชุมทันที

แรกๆ มีข่าวว่าจะตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเป็นการเฉพาะ สุดท้ายเมื่อดูข้อกฎหมายก็มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

มติ กกต. ก็ 7 ต่อ 0 เป็นเอกฉนันท์ ไม่มีใครค้านสักเสียงเดียว

หมายความว่า มุมมองของ กกต.เป็นไปในทางเดียวกันหมด

ถัดจากนั้นเมื่อเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีมติไปในทางเดียวกันว่า ให้รับคำร้องไว้ เป็นเอกฉันท์

เท่าที่เป็นอยู่ จึงทำให้พรรคที่ว่า แทบหยุดความเคลื่อนไหว โดยได้มีการแถลงออกมาแล้ว จะไม่มีการปราศรัยใหญ่ งดกิจกรรมที่ต้องพบกับประชาชนจำนวนมากๆ

เหลือแค่การลงพื้นที่ตามเขตต่างๆ

ในเดือนหน้า คงได้เห็นทิศทางคดีความ จะเป็นอย่างไร

โดยเฉพาะจะมีมติเอกฉันท์เป็นเกมศูนย์อีกหรือเปล่า