
ฝุ่น-ลามเสียแล้ว
เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว สำหรับปัญหาฝุ่น
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว สำหรับปัญหาฝุ่น
เมื่อรัฐบาลตัดสินใจสั่งหยุดการเรียน-การสอนของโรงเรียนใน กทม. รวม 2 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.
เป้าหมายเพื่อให้เด็กได้หยุดพักอยู่ในบ้าน ลดความเสี่ยงของฝุ่นละอองที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงดังกล่าว
ขณะเดียวกันเป็นการลดปริมาณการใช้รถยนต์ ทั้งรถรับ-ส่งนักเรียน รถโดยสารของผู้ปกครอง
เวลาที่เว้นวรรค หยุดเรียนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการต่างๆ ในการลดปริมาณฝุ่นตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มข้นเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เช่น การตรวจจับรถควันดำ ฉีดละอองน้ำจากตึกสูง ล้างถนน ปฏิบัติการฝนหลวง ฯลฯ
จากนั้นจะร่วมกันประเมินสถานการณ์ว่าต้องประกาศหยุดโรงเรียนต่อไปอีกหรือเปล่า
เรียกได้ว่าถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึก ต้องสั่งหยุดเรียนจากปัญหาฝุ่น
ไม่เพียงแต่คำสั่งให้หยุดเรียนเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ยังออกคำสั่งไปก่อน กอ.รมน. และทหารเข้าตรวจโรงงานในทุกพื้นที่ ระบบน้ำเสีย ขยะ หากก่อสารพิษก็ให้ส่งรายงานทันที
หน่วยงานใดปล่อยปละละเลย งานนี้จะโดนเล่นงาน ทั้ง กทม.และทุกจังหวัด 76 จังหวัด
ส่วน ผู้ว่าฯ กทม. ออกประกาศกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยอำนาจของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 เป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ อันเนื่องจากคุณภาพของอากาศที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น
หน่วยงานสำคัญของ กทม. อย่างสำนักการโยธา จะเข้าไปดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ยื่นการก่อสร้างกับ กทม.
ในช่วงต่อไป ก็จะมีการรณรงค์ให้ชาวไทยเชื้อสายจีน ลดการเผากระดาษเงินกระดาษทอง การจุดธูป เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น-ควัน ลงมา ในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ยัง ยังไม่หมด ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยจะมีการเร่งสรุปมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในการจัดการปัญหาฝุ่น
หลากหลายมาตรการ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าเตรียมเอาไว้แล้ว หากจัดการแบบเดิมๆ ไม่ได้ อาทิ การห้ามนั่งรถเพียงคนเดียว
ไม่เพียงเป็นการขับรถเท่านั้น แม้กระทั่งการโดยสารรถแท็กซี่ ก็จะห้ามไปคนเดียว
การเข้มงวดกับควันดำ หากพบรถที่มีปัญหาจะให้จอดทันที และลากเอาไปเก็บจนกว่าจะปรับปรุง
พื้นที่ใดมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน จะให้วิ่งรถสลับเป็นวันคู่-วันคี่ รวมถึงห้ามไม่ให้รถเครื่องยนต์ดีเซลวิ่งในพื้นที่เหล่านี้
คงต้องนั่งภาวนาให้แก้ปัญหาฝุ่นไปได้
ไม่เช่นนั้นขืนมีมาตรการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เห็นทีผลกระทบที่ข้างเคียงจะตามมาอย่างมหาศาล
แค่คิดก็พานจะจับไข้เอาแล้ว







