
บิ๊กตู่-ตัวแปรสำคัญ
สถานการณ์ทางการเมืองชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สถานการณ์ทางการเมืองชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
4 รัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาล ได้ประกาศลาออก เพื่อไปผลักดันการเมืองภายใต้พรรคพลังประชารัฐ
เรียกว่าเมื่อเวลาเหมาะ ก็ออกไปสู่สนามเลือกตั้ง
การเมืองช่วงต่อไปก็ต้องมองกันไปสัปดาห์หน้า
ประเด็นสำคัญคือพรรคไหนจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่ละพรรคก็ค่อนข้างจะลงตัวเกือบหมด
แต่ที่เป็นจุดสนใจจริงๆ ก็คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่น่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอันดับแรก
ส่วนอันดับ 2 อันดับ 3 ก็ว่ากันไป
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รับข้อเสนอ ก็จบข่าว เลิกกันไป
แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ รับการเสนอชื่อ ก็อีกเรื่อง
และดูน้ำหนักแล้ว เหมือนจะเป็นไปในทาง พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ ปฏิเสธ
ผลที่ตามมา จะทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่ แบ่งเป็น 3 ขั้ว
ขั้วแรก ก็คือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์
ขั้วที่ 2 ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์
ขั้วที่ 3 ยังไม่ไปซ้าย ไม่ไปขวา รอดูสถานการณ์หลังเลือกตั้ง
ทั้งหมดว่าไปก็มีอยู่เท่านี้
ส่วนนโยบายที่จะออกมาก็เป็นเพียงการสนับสนุน หรือการแสดงให้เห็นว่าถ้าเป็นรัฐบาล จะทำอะไรกันบ้าง
แนวทางเท่าที่ฟัง หรือที่ประกาศกันออกมาแล้วไม่แตกต่างกันมากนัก ไม่มีชนิดที่จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบฉับพลัน
ฉะนั้นประเด็นหลักจริงๆ จึงอยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเทียบกับบรรดาผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคการเมืองอื่นๆ
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตกปากรับคำ งานนี้ก็จะได้วัดของจริงกันแล้วว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความนิยมชมชอบในตัว พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างไร โดยแสดงออกมาจากการเลือกตั้ง
แน่นอน ฝ่ายที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมมั่นใจว่า จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เอา ก็มั่นใจจะชนะเลือกตั้ง
ช่วงต่อไปจึงจะได้เห็นการแสดงออกชัดเจนยิ่งขึ้น
ใครสนับสนุนใคร หรือใครรอเปิดถ้วยแทงไฮโล ใครชนะก็เข้ากับฝ่ายนั้น เป็นสิ่งที่จะชัดเจนขึ้น
แต่ทว่าไม่ว่าฝ่ายไหน สิ่งที่ไม่รู้แน่ชัด ก็คือ พลังเงียบ หรือประชาชนที่ยังไม่พูด ไม่มีแสดงความเห็น จะว่าอย่างไรบ้าง
พลังเงียบจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง
และเชื่อได้ว่า พลังเงียบเหล่านี้จะออกมา เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ผลักดัน
คนไทยจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอนาคตประเทศ
ข้อมูลนับตั้งแต่อดีต ผลงาน ความหวัง และสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้าย จึงเป็นตัวแปรสำหรับการตัดสินใจ จะเลือกใคร ไม่เลือกใคร
24 มี.ค. หรืออีกเกือบ 2 เดือนข้างหน้า
จึงเป็นวันชี้ชะตาสำคัญอย่างแท้จริง







