ยักษ์ตื่นออกจากตะเกียง

  • วันที่ 19 ก.ย. 2561 เวลา 06:50 น.

ยักษ์ตื่นออกจากตะเกียง

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ประเทศอาหรับอภิมหาเศรษฐีร่ำรวยจากน้ำมัน ไม่มีใครแซงหน้า ซาอุดิอาระเบีย

แต่มหาเศรษฐีก็มีวันจน เมื่อหลายปีก่อน ราคาน้ำมันตกฮวบฮาบ จนทำให้ฐานะการคลังของซาอุฯ มีปัญหา ขาดดุลงบประมาณ ต้องกู้ยืมเงินเป็นครั้งแรก เป็นปรากฏการณ์ช็อกโลกที่มหาเศรษฐีก็มีวันเงินขาดมือ

ครั้งนั้นซาอุฯ วางแผนเอาสมบัติชิ้นใหญ่ คือนำหุ้นของอารัมโก (Saudi Aramco) บริษัทน้ำมันของรัฐ ที่มีขนาดใหญ่สุดของโลก ออกมากระจายขายหุ้น

เท่าที่ประเมิน หุ้นอารัมโกจะมีมูลค่าทำลายสถิติโลก ซาอุฯ จะได้รับเงินมหาศาล ใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ

ทว่าเหมือนโชคช่วย ตั้งแต่ต้นปีมานี้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ทำให้แผนการขายหุ้นชะลอออกไป

ทว่ามหาเศรษฐีก็ตื่นขึ้นมาแล้ว และกำลังนำประเทศเข้าสุ่ยุคแห่งสติปัญญา

อารัมโกปรับตัวกลายเป็นบริษัทชั้นนำที่ค้นคว้า ยื่นจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ปิโตรเคมี

สำนักสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (The U.S. Patent and Trademark Office) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา อารัมโก ครอบครองสิทธิบัตรถึง 230 สิทธิบัตร เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่านับตั้งแต่ปี 2556

ในบรรดายักษ์ใหญ่น้ำมันของโลก เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) ยื่นขอจดสิทธิบัตรเป็นอันดับแรก ถัดมาคือเชฟรอน (Chevron) โดยมีอารัมโกไล่มาติดๆ

สิทธิบัตรสารพัดชนิดที่อารัมโกครอบครอง ทั้งเทคโนโลยีชั้นสูงในกระบวนการปิโตรเคมี เทคโนโลยี หุ่นยนต์ อย่างการผลิตหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายเต่าทอง ใช้ในการตรวจสอบท่อส่งน้ำมัน ฯลฯ

อารัมโกยังดึงดูด จ้างนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำเข้ามาถึง 1,300 คน แยกจากจำนวนพนักงานที่ 6.5 หมื่นคน และเปิดศูนย์ค้นคว้าวิจัย 9 แห่งทั่วโลก ทั้งในสหรัฐ ฝรั่งเศส และจีน

นอกจากนั้น อารัมโก ยังมีความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจน้ำมัน อาทิ อัลฟาเบท ที่เป็นบริษัทแม่ของกูเกิล รวมไปถึงแอมะซอนยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของโลก

เทคโนโลยีและการวิจัยกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของยักษ์ใหญ่น้ำมันของโลก ภายหลังจากที่ร่ำรวยมาจากแหล่งน้ำมันดิบ

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีและการวิจัยที่เกิดขึ้น ยังทำให้เกิดการแตกตัวไปยังธุรกิจอื่นๆ อาทิ การจับมือกับ แลงเซส (LANXESS) บริษัท เคมีภัณฑ์เฉพาะทาง ตั้งบริษัท อาร์ลังเซย์โอ (ARLANXEO) เพื่อผลิตยางสังเคราะห์และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

หรือการจับมือกับมาสด้า โดย อารัมโกจะเป็นผู้พัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการกลั่นรูปแบบใหม่ ซึ่งจะลดปริมาณมลพิษคาร์บอนไดออกไซด์

ส่วน มาสด้า จะวิจัยพัฒนาเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันสูง เพื่อใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงของอารัมโก วางรากฐานสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ที่ขายทั่วโลก

ยักษ์ที่เคยหลับใหลในตะเกียงตื่นออกมาแล้ว

บรรดามดตัวจิ๋ว เมื่อไหร่จะเลิกเดินวนไปวนมาไม่ไปไหนสักที

ข่าวอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ทำไม...ไม่มีใครเชื่อ

วันที่ 04 ต.ค. 2561

อย่ามองข้ามบ่อเต็น

วันที่ 01 ต.ค. 2561

จับชาวนาไปเป็นปุ๋ย

วันที่ 28 ก.ย. 2561

มรณกรรมเกษตรไทย

วันที่ 27 ก.ย. 2561

ข่าวอื่นๆ