posttoday
มีเงิน 500 บาท ก็จัดพอร์ตลงทุนได้

มีเงิน 500 บาท ก็จัดพอร์ตลงทุนได้

18 กันยายน 2561

บริการออกแบบการลงทุน กับก.ล.ต. แค่ 500 บาท ก็เริ่มต้นลงทุนได้

เรื่อง พูลศรี เจริญ

ข้อมูลเยอะ ไม่เข้าใจ เปรียบเทียบไม่ถูก เงินน้อย ลงทุนอะไรดี หากมีปัญหาเรื่องการลงทุนเหล่านี้ ต้องพึ่งบริการ “ออกแบบการลงทุน”

บริการออกแบบการลงทุนที่ว่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดตัวโครงการ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน สร้างประสบการณ์ใหม่ของการแนะนำการลงทุนอย่างครบวงจร ผ่านบริการออกแบบการลงทุน 5 ขั้นตอน มุ่งเป็นตัวช่วยสำคัญให้ประชาชนได้รับการดูแลการลงทุนที่ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ต่อไปนี้ ไม่ว่าจะมีเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500 บาท หรือ 1 ล้านบาท ก็สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้

แต่ไม่ง่ายที่ทุกคนจะมี “ตัวช่วย” ในการคิดวิเคราะห์ก่อนการลงทุนและมี “ตัวช่วย” ติดตามหลังการลงทุนไปแล้ว ยิ่งถ้าไม่รู้ว่าจะเชื่อคำแนะนำการลงทุนไหนดี หรือไม่มั่นใจในคำแนะนำเหล่านั้น ลองมองหาสถาบันการเงินที่มีตราสัญลักษณ์ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน” เพื่อพบกับประสบการณ์ใหม่ของการให้คำแนะนำการลงทุนอย่างครบวงจร ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้

“รพี สุจริตกุล” เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่า โครงการดังกล่าวจะตอบโจทย์ความมั่นคง ในระยะยาว ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้นักลงทุนในวงกว้างเข้าสู่ตลาดทุนเพื่อสร้างอิสระทางการเงินได้ จากปัจจุบันตลาดทุนไทยมีมูลค่าการลงทุนสูง แต่กลับมีคนเข้ามาลงทุนเพียง 3-4 ล้านคน จาก60 ล้านคนเท่านั้น

“ที่ผ่านมา คนที่เข้าถึงบริการให้คำปรึกษาวางแผนทางการเงินจะเป็นระดับคนรวย หรืออำมาตย์เท่านั้น แต่ต่อไปนี้รายย่อยก็สามารถเข้าถึงได้ ผ่านโครงการ 5 ขั้นมั่นใจลงทุน”

เลขาธิการ ก.ล.ต. สะท้อนว่า ที่ผ่านมาประชาชนทั่วไปมักประสบปัญหาในการลงทุน เนื่องจากได้รับข้อมูลมากมาย แต่ไม่สามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีอยู่หลากหลายได้ หรือได้รับคำแนะนำให้ซื้อผลิตภัณฑ์เป็นรายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ผู้ขายได้รับค่าตอบแทนการขายสูงหรือต้องการเพิ่มยอดขาย รวมทั้งขาดผู้ติดตามดูแลการลงทุนให้หลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้ว จึงทำให้คนทั่วไปไม่สามารถใช้ตลาดทุนเพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินได้

สำหรับรายละเอียดของ 5 ขั้นมั่นใจลงทุน มีดังนี้

ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์ความต้องการเพื่อเตรียมความพร้อมในการลงทุน โดยให้ผู้ลงทุนได้ตรวจสอบเป้าหมายและความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างมากที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจผู้ลงทุน เพื่อให้กำหนดแนวทางการออกแบบการลงทุนได้สอดคล้องตามจริงกับพฤติกรรมและความสนใจของผู้ลงทุน

ขั้นที่ 2 การกำหนดสัดส่วนเงินลงทุน (Asset Allocation) เพื่อให้สัมพันธ์กับเป้าหมายและความเสี่ยง ที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ ขั้นตอนนี้เป็นการออกแบบสัดส่วนในการแบ่งเงินไปลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่างๆ ว่าจะลงในตราสารประเภทไหน ลงกองทุนรวมหรือหลักทรัพย์ลักษณะใด ในสัดส่วนเท่าไร โดยจะวิเคราะห์และกำหนดให้ชัดในขั้นตอนนี้ เพื่อวางรากฐานสัดส่วนเงินลงทุนของผู้ลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการในระยะยาว

ขั้นที่ 3 การเลือกลงทุนตามเป้าหมาย การเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาลงทุนตามสัดส่วนเงินลงทุนในขั้นตอนที่ 2 เป็นการลงรายละเอียดว่าควรลงทุนในอะไร ซึ่งจะเลือกด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเข้าใจที่สอดคล้องกับ
เป้าหมายและความเสี่ยง ที่ผู้ลงทุนรับได้ ทำให้การตัดสินใจลงทุนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน

ขั้นที่ 4 สถานการณ์การลงทุนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การหยุดนิ่งจะเป็นจุดอันตรายที่ทำให้การลงทุนผิดเป้าได้ง่าย การติดตามและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้ทันกับสถานการณ์ จะช่วยให้แผนการลงทุนไปถึงเป้าหมายได้จริงมากยิ่งขึ้น เมื่อแนะนำมาถึงขั้นที่สามแล้ว ขั้นที่สี่จึงเป็นเสมือนเพื่อนที่จะช่วยคอยดูแลให้การลงทุนไม่หลุดจากเป้าหมายที่กำหนดไว้

ขั้นที่ 5 การรายงานสถานะการลงทุนให้ผู้ลงทุนทราบเป็นระยะๆ มีผลอย่างมากต่อการติดตามตรวจสอบและทบทวนการลงทุน ว่ามีความคืบหน้า สอดคล้อง และเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่วางไว้แล้วหรือยัง

ทั้งนี้ ก.ล.ต.ได้เผยแพร่รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th และผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.5 ขั้นมั่นใจลงทุน.com และเฟซบุ๊กเพจ 5 ขั้นมั่นใจลงทุน หรือหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถาม ก.ล.ต. ที่โทร. 1207

สำหรับรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจ 26 ราย ที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ออกแบบการลงทุนได้รับอนุญาตแล้วมีดังนี้

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ หรือ บล. จำนวน 7 ราย ได้แก่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) บล.กสิกรไทย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) บล.ธนชาต บล.บัวหลวง บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)

กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ.จำนวน 7 ราย ได้แก่ บลจ.กรุงไทย บลจ.กรุงศรี บลจ.กสิกรไทย บลจ.ทหารไทย บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จำนวน 6 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ สาขากรุงเทพฯ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์

กลุ่มบริษัทประกันชีวิต จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต และบริษัท เอไอเอ

กลุ่มฟินเทคสตาร์ทอัพ จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา บลน.โรโบเวลธ์ บลน.เว็ลธ์ เมจิก บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เทรเชอริสต์

จากการสำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนบอกว่าพร้อมเดินหน้าให้บริการ เช่น บล.กสิกรไทย ที่มีแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่นรองรับการบริการ มีเทคโนโลยีที่คอยติดตามและดูแลพอร์ตของลูกค้า ฝั่ง บลจ.กสิกรไทย มีบริการออกแบบการลงทุนระยะยาวในกองทุนรวมผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น “K-My Funds”

สำหรับ บลจ.กรุงไทย อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบรายงานการลงทุนให้กับลูกในโครงการนี้โดยเฉพาะ คาดว่าเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ “Premier Advice” ในเฟสแรกจะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นเข้ากับระบบ ซื้อขายกองทุนออนไลน์ “Premier Online” เปิดให้บริการเดือน ต.ค.นี้ และจะเชื่อมต่อไปยังโมบายแอพพลิเคชั่นของบริษัทต่อไป

ข่าวล่าสุด

สส. รุมสับ ผลงาน กสทช. 16 ปีล้มเหลว จี้แก้ปมควบรวมโทรคมนาคม

สส. รุมสับ ผลงาน กสทช. 16 ปีล้มเหลว จี้แก้ปมควบรวมโทรคมนาคม