ยิ่งตียิ่งโต

  • วันที่ 10 ก.ย. 2561 เวลา 07:00 น.

ยิ่งตียิ่งโต

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

คงยังไม่รู้จะออกกันอีท่าไหน ระหว่างสงครามการค้าสหรัฐกับจีน

เหมือนกับว่า ยิ่งสหรัฐเล่นงานจีนมากเท่าใด ตัวเองก็ติดกับมากขึ้นเท่านั้น

เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนกว่า 800 รายการ ในอัตรา 25% เป็นมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

และรัฐบาลจีนก็เอาคืนด้วยการเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐ 25% ในวงเงินเท่ากัน

ยกแรกผลออกมาว่า ในเดือน ก.ค. จีนยังคงเกินดุลกับสหรัฐที่ 28,100 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือน มิ.ย. ที่เกินดุลถึง 28,900 ล้านดอลลาร์

ถัดมาไม่นาน ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าพิเศษของสหรัฐ ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าจากจีนอีก 10% เป็นมูลค่าราวๆ 2 แสนล้านดอลลาร์

งวดนี้ครอบคลุมสินค้ากว่า 6,000 รายการ ซึ่งรวมถึงเนื้อสัตว์แช่แข็ง ปลาสด อาหารทะเล เนย หัวหอม กระเทียม ผักอื่นๆ ผลไม้ ถั่ว โลหะและสารเคมี

ประกาศก็ประกาศไป พอสิ้นเดือน ส.ค. ปรากฏว่าจีนเกินดุลการค้าสหรัฐเป็นประวัติการณ์อีกแล้ว ด้วยตัวเลขการเกินดุล 31,050 ล้านดอลลาร์

เหตุผลที่ทำให้จีนเกินดุลการค้าก็คือ แม้การส่งออกไปสหรัฐจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง แต่การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ กลับมีอัตราขยายตัวที่ลดลงมากกว่าการส่งออก

อย่างในเดือน ส.ค. ยอดการส่งออกไปสหรัฐ เติบโตขึ้น 9.8% จากเดิมที่เคยเติบโต 12.2% แต่ยอดนำเข้าเติบโต 20% จากเดิม 27%

เมื่อหักกลบกัน จีนจึงยังคงเกินดุลการค้าสหรัฐอยู่ดี

นอกจากนั้น ถ้าไปดูค่าเงินหยวน ช่วงที่ผ่านมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐ เท่ากับว่า สินค้าจีนได้เปรียบเมื่อเทียบกับสินค้าสหรัฐ

ทั้งหมดยังไม่นับต้นทุนอื่นๆ ที่จีนได้เปรียบสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง รวมไปถึงการอุดหนุนทั้งทางตรงทางอ้อมจากรัฐบาลจีน

ดังนั้น การที่สหรัฐจะกดดันจีน เพื่อลดปัญหาการขาดดุลการค้าด้วยการขึ้นภาษีเล่นงานกันไปมาอย่างที่เห็น คงจะจัดการจีนไม่อยู่

หนทางที่จะทำให้สหรัฐชนะจีนในสงครามเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ ก็คงจะเป็นการกดดันให้จีนเพิ่มค่าเงินหยวนให้แข็งขึ้น จนความสามารถในการแข่งขันลดลง

วิธีดังกล่าวเหมือนกับที่สหรัฐเคยทำกับญี่ปุ่นในช่วงปี 2528 มาแล้ว ในช่วงที่ญี่ปุ่นเกินดุลการค้าสหรัฐมากเกิน

แต่จีนคงไม่หลงเข้าไปในวังวนนี้ เพราะเห็นตัวอย่างจากญี่ปุ่น

เพราะภายหลังการขึ้นค่าเงินเยน ก็เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งแห่งหายนะทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น

เศรษฐกิจญี่ปุ่นติดหล่ม อุตสาหกรรมหลักโยกย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยติดลบ ขาดกำลังซื้อ ฯลฯ ยังแก้ไขไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

บทเรียนในอดีตจึงมักจะสอนให้เห็นอนาคตเสมอ

ศึกระหว่างสหรัฐกับจีน จึงยังไม่จบง่ายๆ ยากจะประเมินตอนจบ