
จัดการขยะ
ปัญหาด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯหลายอย่างมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยปราศจากการเตรียมแผนยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
โดย..แสงตะเกียง
ในปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลายอย่างมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ปราศจากการเตรียมแผนยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา อาทิ ปัญหาฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สูงเกินค่ามาตรฐานกำหนดไว้ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอันตรายกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว เช่นเดียวกับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ที่สูงเกินค่ากำหนด พบช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.
ถัดมาคือเรื่องปัญหามูลฝอยที่เป็นขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาลและกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กลาง และขนาดครอบครัวก่อมลพิษและเหตุรำคาญ ขณะนี้พบปริมาณขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในรอบ 12 ปี จาก 11 ตัน/วัน เป็น 39 ตัน/วัน
สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาขยะติดเชื้อเหล่านี้กำลังลุกลามบานปลาย เนื่องจาก กทม.มีรายได้จากการจัดเก็บขยะได้เพียงครึ่งเดียวของค่าใช้จ่ายจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม (เคที) ในการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ ส่วนที่เหลือต้องใช้เงินจากภาษีประชาชน
โดยเฉพาะขยะติดเชื้อประเภทถ่านและหลอดไฟมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 เท่า จาก 9 ปีก่อนที่มีจำนวนเพียง 222 ตัน ส่วนวิธีการคัดแยกขยะ พบการจัดเก็บขยะติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ กทม. ไม่ได้คัดแยกขยะติดเชื้อ มีการจัดเก็บปะปนกับขยะทั่วไป
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กทม.ยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อให้เกิดระบบเฝ้าระวัง ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลอาหารและน้ำ
ไปจนถึงการจัดระบบการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแผนปรับตัวสอดคล้องกับภาวะโลกร้อน โดยเชื่อมโยงบูรณาการกับหน่วยงานของ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเอกชนและประชาชน
แม้ว่านโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มีแนวคิดว่าควรกำจัดขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะที่ผ่านมา กทม. มีจำนวนขยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.1 หมื่นต้น/วัน ใช้วิธีฝังกลบเป็นหลักมากถึง 80% ดังนั้นปัจจุบันต้องเปลี่ยนวิธีกำจัดขยะใหม่เป็นการเผาด้วยความร้อนสูง
เป็นที่มาของการก่อสร้างเตาเผาขยะเขตหนองแขม มีศักยภาพเผาขยะไม่น้อยกว่า 300 ตัน/วัน ส่วนเตาเผาเขตอ่อนนุชมีศักยภาพเผาขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน จากนั้นใช้งบประมาณปี 2562 ดำเนินการศึกษาเพื่อก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งใหม่ที่เขตสายไหม จะทำให้ กทม.มีศูนย์กำจัดขยะถึง 3 แห่งด้วยกัน เพื่อลดจำนวนขยะลงโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นสามารถบ่งบอกถึงสภาพเศรษฐกิจที่ดี เพราะพื้นที่ กทม.มีทั้งนักท่องเที่ยว ประชากรแฝง นักธุรกิจ และกิจกรรมที่เกิดขึ้นต่างๆ ย่อมเกิดขยะ ดังนั้น กทม.ในฐานะผู้บริหารเมืองจะต้องวางแผนบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ เพราะถ้าบริหารจัดการดีขยะจะเป็นประโยชน์ หากบริหารไม่ดี ขยะจะเป็นอันตรายที่ส่งผลกระทบตามมาอีกมาก
ในอนาคตการบริหารจัดการขยะ กทม.ควรมีแผนยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมไปถึงองค์กรภาครัฐ เอกชน ที่ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นต่อให้สร้างเตาเผาขยะอีกหลายแห่ง ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณขยะลดลงอย่างยั่งยืน เป็นเพียงการตามสะสางปัญหาขยะที่นับวันจะยิ่งทวีคูณ







