
จราจรนินจา
เอาจริงๆ ดาบบุญก็เพิ่งเคยเห็น “จราจรนินจา”
โดย ดาบบุญ
เอาจริงๆ ดาบบุญก็เพิ่งเคยเห็น “จราจรนินจา”
เพราะล่าสุดที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ออกคำสั่งห้ามไปยังตำรวจทั่วประเทศ ผ่านผู้บัญชาการทุกหน่วย โดยเฉพาะหน่วยที่ต้องแก้ไขปัญหาจราจร และบริหารจัดการจราจร ห้ามเด็ดขาดไม่ให้สายปราบปราม สายงานจราจรทุกนาย ปิดปกปิดใบหน้า ทั้งไหมพรมคลุมทั้งศีรษะ แว่นตาดำชนิดไม่เห็นหน้าค่าตากัน แต่ “ต้องแต่งเครื่องแบบให้เรียบร้อยขณะปฏิบัติหน้าที่”
ดาบบุญมาเห็นคำสั่งนี้ตามเนื้อข่าวก็พลอยให้นึกภาพจราจรที่เคยพบเคยเห็น หลายคนก็ปิดบังหน้าตากันเต็มที่ทีเดียว คราแรกก็คิดว่าการทำงานบนท้องถนน เผชิญทั้งฝุ่น มลพิษ และแสงแดดของเมืองไทยที่ร้อนระอุ ก็พอจะเข้าใจได้ว่าตำรวจต้องเหนื่อยหนัก
แต่มาเห็นคำสั่งนี้ ด้วยเหตุผลของนายใหญ่ตำรวจไทย นอกเหนือไปจากให้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แต่เพราะสายงานที่ว่านั้นจะต้องสื่อสารกับประชาชน ทั้งการให้บริการช่วยเหลือ การตรวจค้น หรือจับกุมและบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องชัดเจนในการแสดงตัวเพื่อสื่อสารกับประชาชน ตามความสุภาพที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์
เรียกง่ายๆ ว่าไม่ใช่ปิดหน้าปิดตา ดำทะมึน แล้วประชาชนก็งงงวยว่าตำรวจคนนี้จะมาไม้ไหน แน่ละว่าตำรวจจริงแน่นอน แต่เป้าประสงค์อาจเกิดความเคลือบแคลง
ดังนั้น ก็เพื่อดึงความสัมพันธ์ที่เคยดีระหว่างกันทั้งส่วนของตำรวจและประชาชนกลับคืนมา
เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หลังจากที่ประชาชนก็ตั้งป้อมจะถ่ายบันทึกภาพตำรวจ (บางนาย) ที่จ้องจะเรียกรับผลประโยชน์อย่างมิชอบ หรือถ่ายไว้ก่อนไม่ว่าตำรวจนั้นจะมาไม้ไหน ก็ทำให้ตำรวจเกิดความหวาดระแวง และจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อาจรับฟังได้ว่า ไม่อยากจะเปิดเผยหน้าตากันเท่าไร
เพราะดังขึ้นมาที ก็ถึงคราวซวย ทั้งโดนสอบทางวินัย หรือหนักเข้าอาจจะเจออาญา เผลอๆ ต้องย้ายออกจากพื้นที่ห่างลูกเมียครอบครัวเข้าไปอีก
แต่แน่ละครับ ด้วยหน้าที่จะปฏิเสธในคำสั่งก็ไม่ได้ และคำสั่งที่ว่าก็เพื่อความยุติธรรมและความโปร่งใส เพราะตำรวจเป็นผู้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน คนจะออกจากบ้านก็ต้องเห็นตำรวจเป็นอันดับแรกๆด้วยซ้ำไป
คำสั่งดังกล่าวก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว เพราะว่ากันตามจริงตำรวจจะมาปิดหน้าปิดตาทำไม ยิ่งทำงานใกล้กับประชาชน ไม่ใช่ต้องมีคำสั่งเพื่อเข้าชาร์จหรือจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่บางนายจำเป็นต้องปิดหน้าปิดตาเพื่อผลประโยชน์กับงานที่กำลังทำซึ่งไม่อาจเปิดเผยตัวเองได้
แต่งานจราจรกับงานสายตรวจที่ต้องขับรถออกไปบนท้องถนนหรือปักหลักบังคับใช้กฎหมายจราจร และอำนวยการบริหารจราจร ก็ไม่ต้องกังวล เพราะขยายความในคำสั่งนี้จาก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ใน
ฐานะคณะกรรมการแก้ไขกฎหมายจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความชัดเจนเพิ่มว่า ในส่วนงานสายตรวจและงานจราจรที่ต้องเผชิญมลพิษ ก็สามารถสวมหมวกหรือผ้ากันฝุ่นขณะทำงานได้ เพราะสุขภาพของตำรวจเองก็สำคัญไม่ต่างจากงานที่ต้องทำ แต่ในยามที่ต้องสื่อสารกับประชาชน ก็ต้องแสดงตัวตนอย่างเปิดเผย ไม่อิดออดหรือจะมาปิดบังตัว
คำสั่งนี้จึงถูกต้อง และถือว่าปกป้องและสร้างความยุติธรรม หากตำรวจทำถูกคำสั่งนี้ก็แค่อีกหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตาม







