จุดเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้า?

  • วันที่ 20 ส.ค. 2561 เวลา 09:32 น.

จุดเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้า?

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

น่าติดตามไม่น้อยสำหรับการนำรถยนต์ไฟฟ้าจีน เข้ามาให้บริการเป็นแท็กซี่ในเมืองไทย

ทั้งหมดเกิดจากการที่ กรมการขนส่งทางบก เปิดทางให้รถยนต์ไฟฟ้า บีวายดี อี6 (BYD e6) มาใช้เป็นแท็กซี่บริการผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

งวดแรกจะมีการจดทะเบียนให้ 101 คันภายในวันที่ 9 ก.ย.นี้ และเพิ่มเป็น 1,000 คันในปี 2562

และสิ่งที่ทำควบคู่กันก็คือการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าเริ่มจาก 30 แห่ง ทั่วกรุงเทพมหานคร

การขยับขยายโดยเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้การบริการแท็กซี่ จึงเป็นประเด็นที่น่าคิด

เริ่มจากนโยบายของจีนต้องการผลักดันให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เป็นการก้าวข้ามการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ที่ญี่ปุ่นและชาติตะวันตกยึดครองเทคโนโลยี ยึดตลาดไปหมดสิ้น

จีนประกาศนโยบาย Made in China 2025 โดยบรรจุรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ต้องการสนับสนุนให้เกิดขึ้น โดยให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และให้เงินอุดหนุนผู้ซื้อ

อย่างรถยนต์ บีวายดี อี6 ที่กำลังจะนำมาวิ่งเป็นแท็กซี่ในเมืองไทย ผลิตโดยบริษัท บีวายดี (BYD) เริ่มวางตลาดในปี 2554 รัฐบาลจีนอุดหนุนเงินให้ผู้ซื้อโดยเฉพาะที่เมืองเสิ่นเจิ้นถึงคันละ 1.2 แสนหยวน หรือราว 6 แสนบาท

ที่น่าสนใจก็คือรถยนต์รุ่นนี้ก่อนวางตลาด ก็ถูกนำมาทดลองวิ่งเป็นรถแท็กซี่ ในเมืองเสิ่นเจิ้นมาก่อน จากนั้นเมื่อวางโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะที่สำคัญคือสถานีชาร์จไฟฟ้า ก็ขยับขยายออกมาขายให้กับผู้ซื้อทั่วไป

ในไทยเองก็มีการนำรถ บีวายดี อี6 มาทำตลาดเช่นกัน และคราวนี้ก็กลับไปใช้วิธีเดิมที่เคยใช้ในจีนก็คือการใช้กับรถแท็กซี่ เพื่อสร้างตลาด สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนเดินซ้ำรอยที่จีนไม่มีผิด

ปรากฏการณ์แท็กซี่ ที่นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน จะเป็นอย่างไรต่อไป คงเป็นเรื่องยาว ว่ากันอีกหลายยก

แต่สิ่งที่เป็นแต้มต่อสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าจีน ก็คือการที่ อาเซียน รวมถึงไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ทำกันไว้ตั้งแต่ปี 2547 โดยจะลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนลงเหลือ 0% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561

เหตุที่มีการลดภาษีสะบั้นหั่นแหลกเช่นนี้ ว่ากันว่าเกิดจากการไม่เฉลียวใจ โดยคิดแค่ว่าข้อเสนอให้ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า จะมีแค่การนำเข้ารถขนาดเล็ก อย่างรถในสนามกอล์ฟ แต่สุดท้ายกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่ได้สิทธิพิเศษนั้นอย่างเต็มเปา

เท่ากับว่าถ้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย จุดติดขึ้นเมื่อใด รถจากจีนรถยนต์ไฟฟ้าจะไหล่บ่าเข้ามาอย่างทะลักทลาย

และสภาพเช่นนั้นจะทำให้สถานการณ์การตลาด การผลิตรถยนต์ในไทย เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะจีนมีรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกๆ แค่ระดับคันละ 2 แสนบาทไปถึงระดับล้านบาท

เพียงชั่วกะพริบตา จีนอาจเป็นผู้ท้าทายตลาดรถยนต์ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ผวาสงครามการค้า

วันที่ 12 ก.ย. 2561

ปลูกต้นไม้กันเถอะ

วันที่ 12 ก.ย. 2561

PTT บวกรับซีอีโอ

วันที่ 11 ก.ย. 2561

ร้านสักเถื่อน

วันที่ 11 ก.ย. 2561