
ทหารรับใช้
เหมือนจะดีอยู่แล้วเชียว เพราะทุกครั้งสังคมมักจะได้เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารในแง่ลบบ่อยๆ
โดย บริกร
เหมือนจะดีอยู่แล้วเชียว เพราะทุกครั้งสังคมมักจะได้เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารในแง่ลบบ่อยๆ ช่วงก่อนที่จะมีการเกณฑ์ทหาร ซึ่งก็จะเป็นช่วงเดือน มี.ค. ก่อนจะเข้าสู่มหกรรมชายไทยหัวใจรักชาติ ที่ต้องเกณฑ์ทหารกันในเดือน เม.ย.
แต่รอบนี้ข่าว (คาว) มากันตั้งแต่กลางปีเลยทีเดียว
นั่นก็เพราะหนุ่มพลทหารนายหนึ่งที่อุตส่าห์ตั้งใจสมัครเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติ รับใช้แผ่นดิน แต่กองทัพดันมาส่งตัวไปรับใช้ “นายทหาร”บางคนเสียงั้น
คราวนี้ก็ปรี๊ดแตกสิครับ เพราะพลทหารเหลือทน หวังจะมาถือปืนทำหน้าที่รับใช้ชาติ หรือปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวมให้สมกับความตั้งใจ แต่ความเป็นจริงกลับเป็นทหารรับใช้ของทหารบางนาย
ทนไม่ได้การแฉจึงเกิดขึ้น และเพียงเท่านั้นก็สะเทือนไปทั้งกองทัพบกและสะเทือนไปถึงคนใหญ่คนโตของรัฐบาลนั่นเชียว
อีกเหตุผลหนึ่งที่เรื่องแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ายังคงมีคนที่ไม่ประทับใจกับรัฐบาลทหารอยู่ไม่น้อย และพอมีเรื่องใดที่กระทบทหารก็พร้อมจะกระหน่ำอย่างเต็มที่ อย่างเช่นเรื่องทหารรับใช้ที่กำลังโฉ่ในขณะนี้
หรือบางคนอาจไม่เห็นด้วยที่พลทหารเมื่อสมัครมาด้วยความสมัครใจ หรือถูกเกณฑ์มาก็ตาม ควรจะมีหน้าที่ที่ไม่ใช่ว่าต้องไปรับใช้ใคร เพราะมันอาจดูเหมือนลดทอนศักดิ์ศรี และ (อาจ) ไม่ใช่ความต้องการของพลทหารที่ถูกให้ทำหน้าที่รับใช้นั้นด้วย
แต่เรื่องทหารรับใช้มันมีมาทุกยุคสมัย และเชื่อว่าต้องอยู่คู่กรมกองของเหล่าทัพไทยมาโดยตลอด นั่นเพราะอาจเป็นการถูกปลูกฝังว่าคนมียศถาบรรดาศักดิ์ มีดาวบนบ่า เป็นนายร้อยนายพล ก็ควรจะมีทหารไว้รับใช้ในบ้าน อย่างน้อยก็ดูแลลูกเมียของนายทหาร คอยบริการต่างๆ
ซึ่งเรื่องนี้ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะอดีตนายทหาร ก็ย้ำชัดเจนว่า ทหารบริการนั้นมีกฎระเบียบดูแลอยู่แล้ว นายทหารก็สามารถร้องขอทหารบริการได้ตามระเบียบ
นั่นคือระเบียบของกองทัพที่ทำกันมาอย่างตลอด แต่บริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ทหารบริการ หรือที่ชาวบ้านพูดกันว่าทหารรับใช้ หลายคนก็ไม่อยากจะให้มี เพราะอย่างที่บอกเอาไว้ว่า บางคนใช้พลทหารนี้เยี่ยงทาส ทำทุกอย่างซักผ้าซักผ่อน หนักเข้าถึงเคยมีข่าวซักชุดชั้นในให้เมียนายก็ยังมี
อย่างนี้ใครได้ฟังก็ละเหี่ยใจ แล้วยิ่งพ่อแม่ครอบครัวพลทหารมารับรู้เรื่องราวด้วย ยิ่งถดถอยหรือเสื่อมศรัทธากันเข้าไปใหญ่
หรือบางรายไปฟ้องไปบ่นก็อาจถูกมาตรการอะไรต่างๆ เข้าได้ง่ายๆ มันเลยทำให้พลทหารก็ต้องอดทนกันไป รอเวลาปลดประจำการกันไป
หากว่ามีกฎระเบียบดั่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาลระบุเอาไว้ว่าสามารถมีทหารบริการกันได้ ก็ถ้าเป็นตามระเบียบและเรียกใช้อย่างเคารพกัน ให้เกียรติกัน ก็น่าจะเป็นเรื่องดี เหมือนดูแลลูกหลานของตัวเองเอาไว้ในบ้านของเรา ทำงานพอสมควร ทำดีชื่นชม ให้รางวัลกันได้บ้าง ทำผิดตักเตือนเหมือนลูกหลานก็น่าจะเป็นทางลงที่ดี
แต่นายทหารบางคน หรือครอบครัวบิ๊กๆ บางส่วนกลับเรียกใช้ปานข้าทาส และมันเลยทำให้สังคมเรียกร้องความถูกต้องไปยังกองทัพ
ก็ได้แต่หวังว่าข่าวคราวเช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเชื่อได้ว่ากองทัพคงไม่อยากให้ใครมาลบหลู่เกียรติยศจากผลกระทำของคนกลุ่มน้อยๆ ที่เรียกใช้พลทหารอย่างบ้าคลั่งแน่นอน
ดังนั้นปรับได้ปรับเถอะครับ เปลี่ยนได้เปลี่ยนเถอะ อย่าให้กองทัพต้องถูกตั้งคำถามแบบสงสัยๆ เช่นนี้อีกเลย







