
เสี่ยตากับเกมล้มแชมป์
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพียงแต่การประกาศงบกำไรไตรมาส 3 ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ได้เห็นการล้มแชมป์เกิดขึ้น
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพียงแต่การประกาศงบกำไรไตรมาส 3 ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ได้เห็นการล้มแชมป์เกิดขึ้น
เป็นเสี่ยตาผู้ล้มแชมป์ในวงการโทรทัศน์
เสี่ยตา ทั้งประเทศรู้จักดีในนามปัญญา นิรันดร์กุล เจ้าของบริษัท เวิร์คพอยท์ฯ ส่วนแชมป์เก่าวงการโทรทัศน์ในตลาดหุ้นก็คือบริษัทบีอีซี เจ้าของโทรทัศน์ช่อง 3
ปรากฏว่าไตรมาส 3 เวิร์คพอยท์ฯ แจ้งกำไร 379.97 ล้านบาท โดยหากรวม 9 เดือนแรกของปีจะมีกำไร 926 ล้านบาท
ส่วนบีอีซีแจ้งกำไรไตรมาส 3 ที่ 34.8 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกมีกำไร 396.48 ล้านบาทหรือเรียกได้ว่า แค่ไตรมาสเดียวเวิร์คพอยท์ฯ กำไรเกือบเท่ากับบีอีซี 9 เดือน
ผลที่ตามมาคือราคาหุ้นเวิร์คพอยท์ฯ ติดจรวดเลย 100 บาท ส่วนบีอีซี 16 บาทเศษ
ที่สำคัญมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market cap) ของเวิร์คพอยท์ฯ ทะลุ 4.3 หมื่นล้านบาทเรียบร้อย ขณะที่บีอีซีอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท หรือมูลค่าน้อยกว่า เวิร์คพอยท์ฯ ราวๆ 1 หมื่นล้านบาท
ใครอยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง
เสียดายกิจการช่อง 7 ที่ดำเนินการในนามบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เทียบเคียงมูลค่าทั้งวงการโทรทัศน์ได้อย่างชัดเจน
ตัวเลขที่ปรากฏจากตลาดหลักทรัพย์ ทั้งในแง่กำไร หรือขนาดของบริษัท เสี่ยตา จึงกลายเป็นเบอร์ 1 ของวงการโทรทัศน์เมืองไทย
แต่ในแง่ขนาดธุรกิจจริงๆ แล้ว บีอีซี ยังมีความใหญ่กว่าเวิร์คพอยท์ฯ
รายได้เวิร์คพอยท์ฯ ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,163 ล้านบาท ขณะที่ของบีอีซี อยู่ที่ 3,293 ล้านบาท หรือพูดง่ายๆ ว่ามีรายได้มากกว่าเกือบ 3 เท่า
แล้วทำไมบีอีซี ถึงทำกำไรได้น้อยกว่า
คำตอบก็คือเนื่องจากต้นทุนที่มากกว่า ทำให้เมื่อหักกลบลบกันแล้ว กำไรจึงลดลง
ต้นทุนสำคัญที่เป็นตัวเหนี่ยวรั้งกำไรของบีอีซี ก็คือค่าใบอนุญาตและต้นทุนการผลิตทีวีดิจิทัล 3 ช่อง คือ ช่อง HD ช่องเด็ก และช่อง SD ขณะที่ต้นทุนเวิร์คพอยท์ฯ มีเพียงช่องเดียวเท่านั้น
ภาระของบีอีซีจึงมากกว่าถึง 3 เท่า
ขณะเดียวกันสถานการณ์การแข่งขัน และการตัดราคาค่าโฆษณาเกิดขึ้นหลังจากที่มีทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาค่าโฆษณาทั้่งระบบลดต่ำลงแบบหัวทิ่มบ่อ
แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง เสี่ยตา และทีมงานสร้างประวัติการณ์ในการผลิตรายการด้านบันเทิง และเกมโชว์ จนสร้างความแข็งแกร่งให้กับ เวิร์คพอยท์ฯ จนกลายเป็นทีวียอดนิยมติดอันดับ 1 ใน 3
หลายรายการที่ผลิต กลายเป็นรายการดัง จนเวิร์คพอยท์ฯ สามารถปรับอัตราค่าโฆษณาขึ้นมาได้
ทั้งหลายทั้งปวง จึงทำให้มูลค่าหุ้น กำไร ของเวิร์คพอยท์ฯ เหมือนติดจรวด
กลายเป็นเกมล้มแชมป์ของจริงชนิดที่เห็นแล้วอึ้ง







