
คนรุ่นใหม่ควรออกแบบชีวิตอย่างไร ให้ชีวิต ดี๊ ดี
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บล.บัวหลวง
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บล.บัวหลวง
เราทุกคนคือนักออกแบบชีวิตของตัวเอง!!
“ผมไม่ใช่สถาปนิกครับพี่ จะมาออกแบบอะไร ...โอวว!! ออกแบบชีวิต มันทำไม่ได้หรอกครับ ...ปล่อยไหลดีกว่า ปล่อยชีวิตชิลๆ ไหลๆ ไม่เอาอะไร ...ไม่ดีกว่าหรือ?”
ใช่!! มันถูกต้องเลย ...ชีวิตทุกคนจริงๆ มันไม่ได้ถูกกำหนดมา มันเป็นยังไง ก็อยู่ที่การออกแบบของแต่ละคน
ตอนเด็ก พ่อแม่ก็คือ สถาปนิกของชีวิตในช่วงต้น ...นิสัยใจคอ ปมชีวิต ช่วงแรกพ่อแม่ออกแบบให้
พ่อแม่ออกแบบชีวิตให้เรา จนถึงงานแรกที่เราเริ่มทำ ...หลังจากนั้นหน้าที่เราครับ ที่ต้องออกแบบเอง
แต่พอเราเริ่มโตขึ้น นี่แหละที่เรารับไม้ต่อจากพ่อแม่ มาเป็นสถาปนิกของชีวิตเราเอง ...แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ คนส่วนใหญ่หลังจากรับไม้ต่อให้ออกแบบชีวิตตัวเองต่อ กลับไม่ทำอะไรต่อ ปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ แล้วหวังว่า เดี๋ยววันนึงมันก็จะดี
...เฮ้ย!! เหมือนจะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่ปล่อยใจเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้ดูแผนที่ ไม่ได้ออกแบบว่า จะเดินไป นั่งรถไป ขี่จักรยานไป
...เอาตรงๆ นะ “ไม่ถึงเชียงใหม่หรอกครับ ...ยุคนี้ด้วย ไปไม่ถึงแน่นอน”
หลักการสำคัญที่เราต้องออกแบบ มีหลักๆ ดังนี้
1.ออกแบบระเบียบวินัย ...อันนี้ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก ที่เราต้องเข้าโรงเรียน ก็เรื่องระเบียบวินัยนี่หัวใจ อย่างอื่นแค่องค์ประกอบ ...เด็กที่ไร้ระเบียบ จะไม่สามารถทำอะไรสำเร็จ ดังนั้น ต้องออกแบบเรื่องระเบียบวินัยเป็นอย่างแรก
2.ออกแบบความผิดหวัง ...สิ่งที่เราเรียนรู้จากโรงเรียนที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากระเบียบวินัยก็คือ ความผิดหวัง และความไม่ได้ดั่งใจ ...นี่คือ สอนชีวิต ...ชีวิตจริง คือ การเข้าใจและใช้ชีวิตแม้มันจะมีบางช่วงที่เราไม่ได้ดั่งใจ ...โดนทำโทษ/สอบตก/เจอทัณฑ์บน ...สิ่งเหล่านี้สอนให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น
(การเป็นผู้ใหญ่ คือ การเข้าใจว่าบางครั้งชีวิตมันก็ไม่ได้ดั่งใจ แต่ให้ทำใจอยู่กับมัน แล้วทุกเรื่องทั้งสุขมาก ทุกข์มาก มันก็จะผ่านไป)
3.ออกแบบคุณค่าของตัวเรา ...อันนี้คือช่วงรับไม้ต่อจากพ่อแม่ ...คุณค่ากำหนดโดยพ่อแม่ หรือคนอื่นไม่ได้ ...คุณค่าของตัวเราต้องออกแบบด้วยตัวเราเอง ...คุณค่าของคนก็คือ งานที่เขาทำ ...คนเราจะรู้สึกมีคุณค่า ก็เพราะได้ทำงานที่ตัวเรามองว่ามีคุณค่า มีความหมาย
เดี๋ยว!! ตรงนี้สำคัญมาก ...คนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เพราะไม่ได้ออกแบบคุณค่าของงานที่ตัวเองทำ ...ถ้าเราทำงานที่เรามองว่า มันไร้ค่า ...เราก็มองตัวเราว่าไร้ค่า ...คนอื่นก็จะมองตามคุณค่าที่เรามองตัวเอง
คุณลองสังเกตดีๆ “คนอื่นไม่เคยดูถูกงานไหนหรอก เขาแค่มองเหมือนที่เรามองคุณค่าตัวเรา เช่น คนทำอาชีพทำอาหาร ถ้าเขามองตัวเองเป็นพนักงานทำอาหาร คนอื่นก็จะมองเขาเป็นแค่คนทำอาหาร ...แต่ถ้าเขามองตัวเองเป็นเชฟ ทำอาหารด้วยใจ ใส่ความตั้งใจ ใส่ความรู้ แล้วพัฒนาความรู้ตัวเองตลอดเวลาในเรื่องการทำอาหารที่ตัวเองรัก ...คนอื่นก็จะมองว่า คนนั้นมีคุณค่า”
มันไม่ได้อยู่ที่อาชีพอะไร แต่มันอยู่ที่ความใส่ใจในอาชีพ/การเป็นคุณค่าในงานที่เรารัก/การพัฒนาความรู้เพื่อเพิ่มคุณค่าและความภูมิใจในงานที่ทำ
ใช่!! สุดท้ายทุกงานที่เราให้คุณค่า ...เราสามารถเป็น Master เป็นกูรู เป็นสุดยอด ได้ในทุกเรื่อง
คำถาม คือ เราเข้าใจหรือไม่ว่า คุณค่าของงานไม่ใช่การเลือกงานยอดฮิต ...แต่เป็นการเลือกงานที่ตัวเราชอบ (คนเราชอบไม่เหมือนกัน ต้องเลือกงานที่เราชอบ เราถึงจะเห็นคุณค่า แล้วทุ่มเทพัฒนาคุณค่าลงไปในงานนั้น)
ความสำเร็จอยู่ที่ “การใส่คุณค่านั่นเอง”
4.การออกแบบการเงินของตัวเรา ...ยุคนี้เงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการมีสิทธิเลือกและกำหนดชีวิตของตัวเอง ...เงินคือ อิสรภาพในการเลือก ...คนไม่มีเงิน จะเลือกอะไรแทบไม่ได้เลย
แต่เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง ...เราจึงต้องออกแบบการเงินของตัวเราเอง
ถ้าใครออกแบบคุณค่าในงานที่ตัวเองทำได้ถูกต้อง ก็จะได้เงินเพิ่มเป็นรางวัล ...เงินที่เราได้มาต้องถูกวางให้มันทำงาน (ใครไม่รู้วิธีวางเงินทำงาน ต้องไปเรียนรู้ครับ อันนี้เป็น A Must ของความรู้ที่จะต้องมี จะวางเงินทำงานในหุ้น หรือสินทรัพย์อะไรก็ตาม ไปหาความรู้เลยครับ)
ทั้ง 4 เรื่องนี้ คือ การออกแบบที่เราต้องเชี่ยวชาญ ...เพราะมันคือ ทักษะในการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน
คนที่ออกแบบการเงินเป็น จะสามารถเกษียณได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ...จะสามารถเลือกชีวิตในแบบของตัวเอง
คนที่ออกแบบงานที่เราให้คุณค่า จะมีความสุขในการทำงาน ...ทำงานด้วยความสนุกและภูมิใจ
คนที่ออกแบบระเบียบวินัย จะทำให้เราเดินต่อไป แม้บางครั้งจะท้อ
คนที่ออกแบบความผิดหวังได้ดี จะมีภูมิต้านทานในชีวิต กล้าเผชิญความล้มเหลว กล้าลุก และกล้าเดินต่อ
ชีวิตคือ การเข้าใจ การใช้ และการที่เรารู้จักให้คุณค่ามัน
ภาพ...เอเอฟพี







