
ดอกไม้บานข้างบ้านเรา
หากใครมีโอกาสเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน แถบสุวรรณภูมินี้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หากใครมีโอกาสเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน แถบสุวรรณภูมินี้ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัด ในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจ
เรียกว่า ในยามนี้มีดอกไม้นานาพรรณบานอยู่รอบตัวเราทั้งสิ้น
แต่ถ้ามองให้ดี จะเห็นสิ่งที่เหมือนกับของแต่ละประเทศ
นั่นคือทุกแห่งผ่านสงครามกลางเมืองไปแล้ว และหลังสิ้นสุดสงครามถึงเข้าสู่จุดการพัฒนาประเทศ เป็นการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่
ไล่ไปดูจากซีกขวามือก่อน
เวียดนาม เกิดสงครามเวียดนาม หรือสงครามอินโดจีนครั้งที่สอง เป็นสงครามตัวแทนยุคสงครามเย็น ฝ่ายหนึ่งมีเวียดนามเหนือได้รับการสนับสนุนจากจีน สหภาพโซเวียตและพันธมิตรคอมมิวนิสต์ กับอีกฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้ ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์
สงครามเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2498 กระทั่งกรุงไซ่ง่อนแตกเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2518 เวียดนามเหนือเป็นฝ่ายชนะ และสร้างประเทศ เริ่มต้นฟื้นฟูกันอีกครั้ง
ถัดมาลาว เกิดสงครามกลางเมือง เป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับรัฐบาลราชอาณาจักรลาว โดยทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจช่วงสงครามเย็น
สงครามครั้งนี้สิ้นสุดในปี 2518 ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ และก็เป็นการนับ 1 ของประเทศลาว
ขยับลงมาอีก คือกัมพูชา เกิดสงครามกลางเมือง เกิดสภาพเขมร 4 ฝ่าย สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2536 แต่ความขัดแย้งไม่ยุติ จากขั้วอำนาจของ 2 นายกรัฐมนตรี คือ เจ้ารณฤทธิ์เป็นนายกฯ คนที่ 1 และฮุนเซน นายกฯ คนที่ 2
ในปี พ.ศ. 2541 มีการเลือกตั้งอีกครั้ง ผลปรากฏว่า ฮุนเซน ชนะเลือกตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว ครองอำนาจทางการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ และพัฒนาเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างน่าจับตามอง
ด้านซ้ายมือคือเมียนมา เผชิญกับปัญหาสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อที่สุดท่ามกลางกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมาย โดยคณะทหารครองอำนาจอย่างยาวนาน กระทั่งล่าสุดพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2558
ระหว่างทหารยึดครองอำนาจ ก็มีการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจหลายประการ โดยเฉพาะการเปิดกว้างรับทุนจากต่างประเทศ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฯลฯ จนถึงรัฐบาลปัจจุบันก็ยังเดินหน้านโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บรรดาประเทศต่างๆ มีเงื่อนไขที่เหมือนกันก็คือ การเมืองต้องนิ่ง ต้องมีความสงบ ถึงจะมีความหวัง พัฒนาประเทศ
ย้อนกลับมาดูบ้านเรา ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549 เกิดปัญหาความไม่สงบ การเมืองไร้เสถียรภาพ จึงเป็นช่วงทศวรรษที่หายไปโดยแท้
การวางรากฐานทำให้บ้านเมืองสงบ มีเสถียรภาพ จึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญ มากกว่ามาเถียงกันว่าเลือกตั้งเมื่อใด
ก็เห็นกันชัดเจนแล้วทั้งเพื่อนบ้าน และในบ้านเราเองไม่ใช่หรือ







