posttoday
ดอกไม้บานข้างบ้านเรา

ดอกไม้บานข้างบ้านเรา

26 กันยายน 2560

หากใครมีโอกาสเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน แถบสุวรรณภูมินี้

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

หากใครมีโอกาสเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน แถบสุวรรณภูมินี้ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัด ในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจ

เรียกว่า ในยามนี้มีดอกไม้นานาพรรณบานอยู่รอบตัวเราทั้งสิ้น

แต่ถ้ามองให้ดี จะเห็นสิ่งที่เหมือนกับของแต่ละประเทศ

นั่นคือทุกแห่งผ่านสงครามกลางเมืองไปแล้ว และหลังสิ้นสุดสงครามถึงเข้าสู่จุดการพัฒนาประเทศ เป็นการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่

ไล่ไปดูจากซีกขวามือก่อน

เวียดนาม เกิดสงครามเวียดนาม หรือสงครามอินโดจีนครั้งที่สอง เป็นสงครามตัวแทนยุคสงครามเย็น ฝ่ายหนึ่งมีเวียดนามเหนือได้รับการสนับสนุนจากจีน สหภาพโซเวียตและพันธมิตรคอมมิวนิสต์ กับอีกฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้ ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์

สงครามเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2498 กระทั่งกรุงไซ่ง่อนแตกเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2518 เวียดนามเหนือเป็นฝ่ายชนะ และสร้างประเทศ เริ่มต้นฟื้นฟูกันอีกครั้ง

ถัดมาลาว เกิดสงครามกลางเมือง เป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์ กับรัฐบาลราชอาณาจักรลาว โดยทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจช่วงสงครามเย็น

สงครามครั้งนี้สิ้นสุดในปี 2518 ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ และก็เป็นการนับ 1 ของประเทศลาว

ขยับลงมาอีก คือกัมพูชา เกิดสงครามกลางเมือง เกิดสภาพเขมร 4 ฝ่าย สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2536 แต่ความขัดแย้งไม่ยุติ จากขั้วอำนาจของ 2 นายกรัฐมนตรี คือ เจ้ารณฤทธิ์เป็นนายกฯ คนที่ 1 และฮุนเซน นายกฯ คนที่ 2

ในปี พ.ศ. 2541 มีการเลือกตั้งอีกครั้ง ผลปรากฏว่า ฮุนเซน ชนะเลือกตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว ครองอำนาจทางการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ และพัฒนาเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างน่าจับตามอง

ด้านซ้ายมือคือเมียนมา เผชิญกับปัญหาสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อที่สุดท่ามกลางกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมาย โดยคณะทหารครองอำนาจอย่างยาวนาน กระทั่งล่าสุดพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2558

ระหว่างทหารยึดครองอำนาจ ก็มีการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจหลายประการ โดยเฉพาะการเปิดกว้างรับทุนจากต่างประเทศ การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฯลฯ จนถึงรัฐบาลปัจจุบันก็ยังเดินหน้านโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บรรดาประเทศต่างๆ มีเงื่อนไขที่เหมือนกันก็คือ การเมืองต้องนิ่ง ต้องมีความสงบ ถึงจะมีความหวัง พัฒนาประเทศ

ย้อนกลับมาดูบ้านเรา ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549 เกิดปัญหาความไม่สงบ การเมืองไร้เสถียรภาพ จึงเป็นช่วงทศวรรษที่หายไปโดยแท้

การวางรากฐานทำให้บ้านเมืองสงบ มีเสถียรภาพ จึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญ มากกว่ามาเถียงกันว่าเลือกตั้งเมื่อใด

ก็เห็นกันชัดเจนแล้วทั้งเพื่อนบ้าน และในบ้านเราเองไม่ใช่หรือ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน