ปฏิลูบสอบสวน

วันที่ 22 ก.ย. 2560 เวลา 07:29 น.
โดย...มวยแทน

คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน กำลังทำงานขะมักเขม้น

มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละคณะ เร่งจัดทำโครงสร้างตำรวจตามความหมายต้องปฏิรูปให้เกิดสิ่งใหม่

เมื่อสองวันก่อน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ออกมาแถลงความคืบหน้า

เป็นการแถลงในประเด็นที่อยู่ในความสนใจและพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะเครือข่ายปฏิรูปตำรวจ ในส่วนภาคประชาชน เคยเรียกร้องให้แยกงานสืบสวนสอบสวนออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่แล้วถ้อยแถลงของ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ออกมาดังนี้ "...ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมาย และระบบการสอบสวนคดีอาญาเรื่องการปรับปรุงระบบพนักงานสอบสวน โดยให้รวมงานสืบสวนกับงานสอบสวนเข้าด้วยกัน เรียกชื่อใหม่ว่า งานสืบสวนสอบสวน ขึ้นอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)"

จึงเกิดประเด็นปุจฉาขึ้นมาละสิ อย่าง รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ท่านก็ถึงกับตั้งข้อสังเกตหลายประการ

สมควรตรึกตรองลองนำมาขบคิดกัน โดยอาจารย์สังศิต ระบุว่า อนุสนธิจากการที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ (คปฏ.) ได้แถลงเรื่องมติของ คปฏ. ผมมีข้อสังเกตบางประการ ดังต่อไปนี้

1.การที่ คปฏ.มีมติให้งานสืบสวนและสอบสวนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป แสดงให้เห็นว่า คปฏ.ยอมรับโครงสร้างและระบบตำรวจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ว่าดีแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร มติของ คปฏ.ในเรื่องนี้จึงเป็นเพียงการให้ความชอบธรรมให้แก่องค์กรตำรวจเท่านั้นเอง

2.การที่ คปฏ.กล่าวอ้างว่าจะมีการออกแบบให้งานสอบสวนมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และมิให้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจแทรกแซงการสอบสวนได้ มติของ คปฏ.ในเรื่องนี้จึงเป็นการยอมรับงานสอบสวนของตำรวจในปัจจุบันนั้นขาดความเป็นอิสระในการทำหน้าที่

ผมเห็นว่าต้นตอที่ผู้บังคับบัญชาสามารถแทรกแซงงานสอบสวนของตำรวจได้มาจากการที่ตำรวจไปรับวัฒนธรรมขององค์กรทหารเข้ามาเป็นของตนเอง

ทั้งๆ ที่งานของทหารแตกต่างจากงานของตำรวจ หน้าที่ของทหาร คือ การป้องกันประเทศและสู้รบกับอริราชศัตรู แต่งานของตำรวจเป็นการให้บริการแก่ประชาชนเป็นหลัก

ดังนั้น การที่ คปฏ.กล่าวอ้างว่าจะออกแบบให้ฝ่ายสอบสวนเป็นอิสระจากผู้บังคับบัญชาจึงไม่น่าเป็นไปได้

3.หลักการสำคัญของการปฏิรูปตำรวจในครั้งนี้ คือ การจัดโครงสร้างและระบบของตำรวจให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและสุจริตชน

แต่มติของ คปฏ.ที่ออกมากลับมุ่งรักษาระบบดั้งเดิมของตำรวจไว้ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่สุจริตชนและสร้างความไม่น่าเชื่อถือของ คปฏ.ให้ปรากฏขึ้น

4.หาก คปฏ.ยังทำงานแบบไร้วิสัยทัศน์ ขาดความกล้าหาญทางด้านจริยธรรมและมองไม่เห็นถึงความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและ คปฏ. ทั้ง คปฏ.และรัฐบาลจะสูญเสียความชอบธรรมทางด้านการเมืองไปพร้อมๆ กัน

ชวนคิดพิจารณา งานสืบสวนสอบสวนกำลังได้รับการปฏิรูปหรือแค่ปฏิลูบ ลูบๆ คลำๆ กันแน่