ยังไงก็(ยัง)ไม่หนี

วันที่ 17 ส.ค. 2560 เวลา 09:45 น.
โดย...สันทัด กรณี

แวะเวียนตั้งวงกับคอการเมืองช่วงนี้ เรื่องเด่นประเด็นหลักล้วนอยู่ที่วันที่ 25 ส.ค. การตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว และคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

คดีโครงการจำนำข้าว...คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษา เวลา 09.30 น.

คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี หรือจีทูเจี๊ยะ...คุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และคุณภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมพวกรวม 28 คนเป็นจำเลย ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาเวลา 09.00 น.

ดูจากเวลาที่ศาลฎีกาฯ นัดหมาย จะพบว่าจะทำการอ่านคำพิพากษาตัดสินคดี 2 รัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก่อน จากนั้นจึงถึงคิวของ เจ๊ปู ยิ่งลักษณ์

เมื่อส่องเข้าไปสำรวจตรวจดูองค์คณะผู้พิพากษาของทั้งสองคดี ก็พบว่า องค์คณะแต่ละคดีที่มีอยู่ 9 ท่านนั้น ปรากฏว่ามี 5 ท่าน นั่งพิจารณาคดีทั้งสองคณะ 2 คดี

มิหนำซ้ำแม้จะเป็นคนละคดี แต่ก็เป็น 2 คดีแบบคนละเรื่องเดียวกัน มีความคาบเกี่ยวกันอย่างแยกไม่ออก

เพราะหากมองกลับไปที่คำฟ้องของอัยการสูงสุดที่ยื่นฟ้องคุณยิ่งลักษณ์ ฟ้องในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 123/1 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งตอนที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็ว่าไว้ชัดในประเด็น "ไม่ระงับ ยับยั้ง ปล่อยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน จนทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย"

ครับ...หากคดีแรกตัดสินว่าจำเลยผิด

จำเลยในคดีที่สองคงต้องหวั่นไหวอย่างหนัก เพราะคุณยิ่งลักษณ์มีสถานะเป็นผู้บังคับบัญชาของคุณบุญทรง และคุณภูมิ แม้จะยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว แต่จีทูเจี๊ยะ มันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวจ้าาา!

ลองมองย้อนไปที่คำฟ้องของอัยการสูงสุดดูสิครับ "แน่นตึ้บ เข้าล็อกเด๊ะ" ชิมิครับพี่น้องครับ

ครับ...คดีที่กล่าวถึงข้างต้น ในแวดวงคอการเมืองยังมีเรื่องถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง แย้งกันด้วยเหตุผล คุกไม่คุก โดนไม่โดน หนีหรือไม่หนี

ผมเองส่วนตัวแล้ว ยังไม่คิดว่าจำเลยทั้งสองคดีจะหลบหนี

เหตุผลคือ ยังไม่ถึงเวลา เอ๊ย!ไม่ใช่ครับ เหตุผลคือทั้งสองคดีนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดช่องให้ยื่นอุทธรณ์ ตามมาตรา 195 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา" โดยใช้สิทธิตามมาตรา 25 วรรคสอง ไม่ต้องรอกฎหมายลูกก็ดำเนินการได้

โดยสามารถยื่นประกันตัวได้ทันที

ดังนั้นชิลๆ ครับ มีเวลาไตร่ตรองได้อีกนาน ไม่ต้องเร่งสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยขึ้นมาอีกหน้าในระยะนี้