posttoday
ดอลลาร์อ่อน ทองขึ้น!

ดอลลาร์อ่อน ทองขึ้น!

08 สิงหาคม 2560

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีดอลลาร์ร่วงลงจากระดับ 94 จุด มาทดสอบ 92.7 จุดหลายครั้ง และมีการปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 92.548 จุด โดยปัจจัยเกี่ยวเนื่องสำคัญ 2 ประการ คือ จากความวุ่นวายทางการเมืองของสหรัฐภายใต้การบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน รวมไปถึงความตึงเครียดระดับภูมิภาคของระหว่างสหรัฐ-รัสเซีย และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

นอกจากภาวะความตึงเครียดทางการเมืองแล้ว ยังมีประเด็นของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งตลาดคาดหวังว่า เฟดน่าจะยังไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าวันที่ 19-20 ก.ย. หรือโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีกเพียง 1 ครั้งในปีนี้ได้ลดน้อยลง โดยรายงานจากบลูมเบิร์กชี้ให้เห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 35% เท่านั้น ซึ่งลดลงจากระดับ 50% โดยที่สภาวะการจ้างงานของสหรัฐยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีคนว่างงานน้อยลง รวมไปถึงอัตราการว่างงานมีแนวโน้มปรับลดลงด้วย แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เรื่องค่าเงินเฟ้อที่อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวหรือลดน้อยลงด้วยซ้ำในไตรมาส 2 จากระดับ 1.7% เหลือเพียง 1.6% ขณะที่เป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดอยู่ที่ 2%

ดังนั้น เมื่อหันมาพิจารณาปัจจัยของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกจะเห็นว่า มีระดับอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำกว่าของสหรัฐ จึงมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งได้ยากลำบากขึ้นหรือมีผลได้น้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และทำให้เกิดแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดทองคำ ทั้งๆ ที่กองทุน SPDR ยังเป็นผู้ขายทองคำรายใหญ่ที่สำคัญ แทนที่จะเป็นผู้ซื้อ โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา SPDR ขายไป 60.62 ตัน กลับไม่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง นั่นหมายความว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมีความแข็งแกร่งค่อนข้างมากจนทำให้ราคาทองคำขึ้นมาทดสอบระดับ 1,273 ดอลลาร์ขึ้นมาได้

สำหรับราคาทองคำไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่เป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ จากสภาวะความแข็งค่าของค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 1 เดือน หลังหลุดระดับ 34 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 33.28 บาท/ดอลลาร์ในขณะนี้ จึงทำให้อัตราการขึ้นของทองคำไทยมีอัตราการขึ้นได้น้อยกว่าอัตราการขึ้นของทองคำต่างประเทศกว่าครึ่งหนึ่ง กล่าวคือ ราคาทองคำไทยยังเคลื่อนไหวแถวระดับบาทละ 19,900 บาท และยังไม่สามารถขึ้นไปบาทละ 20,000 บาทได้อย่างสมบูรณ์ แต่จะเห็นได้ว่าภาพรวมของราคาทองคำไทยยังมีทิศทางเป็นขาขึ้น โดยสามารถปรับขึ้นได้จากระดับ 19,300 บาท

วิเคราะห์เทคนิค

ในเชิงเทคนิคจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำเป็นแนวโน้มทิศทางขาขึ้น โดยราคาทองคำยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั่วไปได้ ซึ่งในระยะสั้นทองคำมีแรงเทขายทำกำไรเข้ามาเป็นช่วงจึงทำให้มีระยะของการพักตัวได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดภาวะซื้อเกินไปมากนัก จึงยังวิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือน มิ.ย.แถวระดับ 1,293 ดอลลาร์ และ 1,296 ดอลลาร์ในเดือน เม.ย. ก็มีสูงเช่นเดียวกัน

ดังนั้น จึงวิเคราะห์ได้ว่าราคาทองคำจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,260 ดอลลาร์ และมีแนวต้านที่บริเวณ 1,273 ดอลลาร์ ถ้าหากคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคำสามารถทะลุ 1,273 ดอลลาร์ได้ ก็มีโอกาสเห็นราคาทดสอบ 1,279 ดอลลาร์ และ 1,293 ดอลลาร์ตามลำดับ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นจึงเป็นการเก็งกำไรในกรอบทิศทางขาขึ้น

สำหรับการวิเคราะห์ราคาทองคำ นักลงทุนควรที่จะใช้ระบบการลงทุนทางด้านเทคนิคเพื่อให้การลงทุนมีหลักเกณฑ์ รวมทั้งใช้วินัยในการลงทุนในลักษณะของการทำกำไรในระยะสั้นและบริหารความเสี่ยงที่ต้องติดตามให้ได้ใกล้ชิด ซึ่งในสภาวะที่ตลาดหุ้นของไทยยังคงไปไหนไม่ได้ไกลนัก จึงเป็นโอกาสหรือทางเลือกอีกทางที่ดีที่นักลงทุนจะลงทุนในตลาดทองคำ

นอกจากนี้ ถ้าตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) ออกผลิตภัณฑ์ Gold-D ก็จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างสูงต่อนักลงทุน โดยจะเห็นความแตกต่างของ Gold-D เมื่อเทียบกับราคาทองคำแท่งของไทยนั้นมีความแตกต่างกว่า 35% จึงจะเป็นจังหวะอันดีต่อการลงทุนทองคำในตลาด TFEX

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน