เก้าอี้มีไว้ขาย

วันที่ 20 มิ.ย. 2560 เวลา 09:31 น.
โดย...สันทัด กรณี

คนไทยเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความอดทนมหาศาล ความเลวร้ายในแวดวงต่างๆ ดูเหมือนไม่ทำให้เกิดความรู้สึกหวั่นไหว

วันนี้ในวันที่การตรวจสอบการประพฤติมิชอบดูเสมือนมีความตั้งใจจริง การตรวจสอบพฤติกรรมมิชอบ พฤติกรรมไม่งามในโลกออนไลน์เป็นไปอย่างเข้มข้น

เรื่องไม่ดีไม่งามทะลักพรั่งพรู ทิ่มแทงจนหูอื้อไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดำรงอยู่ หากแต่สังคมหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง อาทิ มาเฟียในวัด ข้าราชการทำมาหารับประทานเรียกเงินทอนจากเจ้าอาวาส หรือแม้แต่การซื้อขายตำแหน่งในวงการคุณพี่ตำรวจ

เปล่าครับ ไม่ได้ชวนคุยถึง 2 เรื่องที่กล่าวมา (ฮา)

สิ่งที่ตั้งใจมาชวนท่านผู้อ่านนั่งคุย เป็นเรื่องการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากผู้ปกครอง เพื่อเปิดเก้าอี้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสนั่งเรียนในโรงเรียนชื่อดังต่างๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ

เงินใต้โต๊ะแลกเก้าอี้เรียน มีศัพท์แสงเฉพาะมากพอสมควร บ้างก็เรียกค่าหัวคิว บ้างก็เรียกเงินกินเปล่า บ้างก็เรียกแป๊ะเจี๊ยะ แต่คำที่โดนใจชาวบ้านน่าจะเป็น “เก๋าเจี๊ยะ” เงินที่โยนให้สุนัขบริโภค

และที่กำลังร้อนแรงแซงข่าวอาชญากรรมโหดในหน้าหนังสือพิมพ์ตอนนี้ หนีไม่พ้น ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดัง เรียกเงินเก๋าเจี๊ยะ จำนวน 4 แสนบาท จากผู้ปกครองเด็กคนหนึ่งเพื่อแลกเก้าอี้นั่งเรียนให้เด็กชั้น ม.1

ผู้ปกครองรายนี้เตรียมตัวมาดี มีการซ่อนกล้องกระดุมแอบบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งคำพูดยืนยันการงาบอย่างไร้มลทิน ไม่มีใบเสร็จรับเงินจำนวนดังกล่าว

ครับ...วัฒนธรรมจัดสรรโควตารับเด็กเข้าเรียน วัฒนธรรมการเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนั้นมีมานาน แม้แต่โรงเรียน ม.ปลาย แถวหน้าของประเทศก็เคยดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากมีคนดังคนมีอิทธิพลต้องการให้บุตรหลานได้เรียนอยู่มาก จึงใช้วิธีจัดโควตารับเด็กประเภทนี้ไว้จำนวนหนึ่ง แลกกับเงินบริจาคแลกที่เรียนเพื่อนำเงินไปพัฒนาโรงเรียนโดยมีการออกใบเสร็จรับเงินถูกต้อง

พฤติกรรมอย่างนั้นใช่ว่าดี หรือผมเห็นด้วยนะครับ เพราะมันคือการตัดโอกาสเด็กที่มีความสามารถจำนวนหนึ่ง หมดโอกาสเข้าสถาบันการศึกษาในฝัน

แต่เมื่อเทียบกับผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังรายล่าสุด พฤติกรรมแบบเดิมเหมือนจะดีขึ้นมาดื้อๆ (ฮา)

ครับ ตอนนี้เห็นทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) บิดขี้เกียจขึ้นมาตั้งคณะกรรมการสอบ ผลจะเป็นอย่างไรติดตามชมกันต่อไป...แต่อย่าคาดหวังมากนักนะครับ

เอาละครับ มาว่ากันต่อ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนดังในกรุงเทพฯ ถ้าเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ไม่มีสิทธิได้เป็น และเป็นตำแหน่งที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่แพ้การชิงเก้าอี้ผู้กำกับการตำรวจในนครบาล (ที่มีคนออกมาแฉ และเล่าลือกันว่าซื้อกันแพงๆ นั่นแหละ) ซึ่งดูๆ แล้วอาจมาจากความที่เก้าอี้นี้สามารถแสวงหาผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ

อึ่ม หันไปดูตำรวจ แล้วกลับมามองครู อึ่มมีส่วนคล้าย!

ใคร่อยากรู้ เก้าอี้บิ๊กครู ตั้งราคาอะไรกันยังไงครับ?