posttoday
ตายบนถนน

ตายบนถนน

13 เมษายน 2560

เฉลี่ยปีละ 5,500 ศพ ที่จะต้องสังเวยบนท้องถนนเมืองไทย โดยต้นทางอุบัติเหตุอันสำคัญของตัวเลขนี้คือ รถจักรยานยนต์

โดย...ดาบบุญ

เฉลี่ยปีละ 5,500 ศพ ที่จะต้องสังเวยบนท้องถนนเมืองไทย โดยต้นทางอุบัติเหตุอันสำคัญของตัวเลขนี้คือ รถจักรยานยนต์

ทำให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นที่หนึ่งของโลก ที่คนต้องมาตายเพราะรถจักรยานยนต์

หนำซ้ำตัวเลขอีก 2,500 คน คือ เยาวชน เด็กที่ต้องเสียชีวิตไป หรือให้ลงลึกเข้าไปอีก ก็พบค่าเฉลี่ยว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องมี “นักเรียน” จากหายไปอย่างน้อยโรงเรียนละ 1 ศพ

เป็นวิกฤตชาติอย่างแท้จริง เพราะเราสูญเสียกำลังหลักของการพัฒนาสังคม พัฒนาชาติ ไปกับรถจักรยานยนต์ กับอุบัติเหตุบนท้องถนน

คำถามที่ตามมาคือ เกิดอะไรขึ้น  

คำตอบที่ดาบบุญพอเห็นได้ชัดคือ ความประมาท ทั้งเกิดจากผู้ขับรถจักรยานยนต์เอง หรือรถยนต์บนท้องถนน และผลของคำว่าประมาทบนท้องถนน ก็ทำให้วลีที่ว่า “หนังหุ้มเหล็ก” มันชัดเจนยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าอิสรเสรีของการบิดคันเร่ง การใช้รถจักรยานยนต์สัญจร มันคล่องตัวกว่าการใช้รถยนต์ การเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายหาที่จอดในเมืองหลวง และประการสำคัญคือการเป็น “เจ้าของ” รถจักรยานยนต์ได้ง่ายๆ

เพราะหากลองเดินผ่านตามตรอกซอกซอย หรือบนถนน จะเห็นห้างร้านขายรถจักรยานยนต์เต็มพรืดไปหมด สนองสมนาคุณต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า บ้างไม่ต้องเสียเงินดาวน์ก็เอารถจักรยานยนต์ออกมาขับได้ บ้างออกรถแถมทองอีกต่างหาก

หรือแม้แต่รถบิ๊กไบค์ ที่ทุกวันนี้เข้าถึงได้ง่ายเสียยิ่งกว่าหากล้วยในตลาด เพราะมีการจัดไฟแนนซ์ มีระบบผ่อน สนองความต้องการของคนที่อยากมี

แต่หลงลืมไปว่าคนที่เดินเข้าไปซื้อรถจักรยานยนต์มาครอบครอง มีความพร้อมแค่ไหน มีวินัย มีความรับผิดชอบปานใดบนท้องถนน หรือต้องระมัดระวังตัวเองแค่ไหนบนถนน เพราะหลายคนก็ปฏิเสธการสวมหมวกกันน็อก ซึ่งเป็นตัวช่วยเดียวหากเกิดอุบัติเหตุที่จะมีเปอร์เซ็นต์รอดตายได้

“แต่เพราะมันร้อน มันอึดอัด ไปใกล้ๆ ไม่เป็นไรหรอก” นั่นคือเหตุผลหลักที่คนไม่อยากจะสวมหมวกกันน็อก

อย่าลืมว่าบนถนนเมืองไทยมันโหดร้าย และสามารถทำให้บาดเจ็บ และพรากลมหายใจจากผู้ประมาทไปได้อย่างง่ายดาย

จำนวนรถจักรยานยนต์หลายสิบล้านคันทั่วประเทศ จึงสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มในอนาคตอาจจะมีจำนวนการตายที่พุ่งสูงกว่าตัวเลขเฉลี่ยปีละ 5,500 คน

หลายฝ่ายเริ่มกังวล ยิ่งกับเทศกาลสงกรานต์ในทุกๆ ปี ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน อันดับหนึ่งยังคงมาจากรถจักรยานยนต์ ยิ่งในถนนชุมชนยิ่งชนกันหนัก ตายกันเยอะ เจ็บกันบาน

เพราะมันมาพร้อมความเมา เมื่อดื่มหนักแล้วต้องขับรถจักรยานยนต์ ก็ยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ ขณะที่หากมีความคึกคะนองเพิ่มเติมเข้ามาอีก ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะจบชีวิตบนท้องถนน

แม้นักวิชาการหลายคนจะเห็นควรว่าต้องมีมาตรการกำหนด หรือกำกับกลุ่มคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งจำกัดความเร็ว หรือรถต้องได้สภาพมีมาตรฐาน ถนนต้องรองรับรถจักรยานยนต์ด้วย

แต่ว่ากันตรงๆ นั่นคือปัจจัยภายนอก แต่ปัจจัยภายในที่มาจากวินัยผู้ขับขี่เอง ไม่ว่าใครก็ตามบนท้องถนนจะต้องมีความรับผิดชอบ

ดาบบุญว่าตัวคนขับเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน หากยังคงกลัวความตายบนถนน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน