
หัวขบวนไทยแลนด์ 4.0
อุตสาหกรรมที่ตั้งท่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตปรากฏโฉมให้เห็น นั่นคืออุตสาหกรรมรถยนต์
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
อุตสาหกรรมที่ตั้งท่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตปรากฏโฉมให้เห็น นั่นคืออุตสาหกรรมรถยนต์
ในอดีตหลายสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นเหมือนหัวจักรฉุดเศรษฐกิจไทย ก็คือโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก หรืออีสเทิร์น ซีบอร์ด ที่ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
นอกจากนั้นยังมีอุตสาหกรรมรถยนต์ ตามนโยบายสร้างเมืองไทยให้เป็นศูนย์กลางผลิต ส่งออกรถยนต์ หรือดีทรอยต์แห่งเอเชีย ที่ก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องและความมั่งคั่งตามมา
แต่นโยบายทั้งสองประการเริ่มหมดมนต์ขลังตามกาลเวลา และได้จังหวะในการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่
อีสเทิร์น ซีบอร์ด กำลังถูกยกเครื่องใหม่ให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น ยกระดับอุตสาหกรรมสู่การพัฒนาที่มากขึ้น
ขณะที่ดีทรอยต์แห่งเอเชียถูกปรับปรุงให้เป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า
ล่าสุดรัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฮบริดที่ใช้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันแบบเดิม รถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่พัฒนาอีกระดับ จนถึงรถยนต์พลังไฟฟ้า-บีอีวี (BEV : Battery Electric Vehicle) และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า
ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ที่เลือกส่งเสริมทั้งรถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากถ้าเลือกเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จะเสียฐานทางการตลาดที่วางไว้อย่างยาวนาน
อย่าลืม-การส่งเสริมให้เกิดรถยนต์ไฟฟ้า ต้องมีสิ่งอื่นๆ ที่ตามมาอีกบานตะเกียง ทั้งการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ การผลิตแบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟฟ้า ฯลฯ ที่ใช้เวลาอีกช่วงใหญ่กว่าจะทำได้ครบวงจร รวมถึงต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลกว่าจะทำให้เกิดขึ้นมาได้
รถยนต์ไฮบริดที่วางรากฐานไว้แล้ว จึงน่าจะเป็นก้าวแรก ตามด้วยระบบปลั๊กอิน ไฮบริด จนถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ถนัดอย่างไร ก็ว่ากันอย่างนั้น ให้ตลาดเป็นผู้กำหนดทิศทาง
สัญญาณดีที่ปรากฏก็คือ ค่ายโตโยต้าเตรียมแถลงแผนงานลงทุนในรถยนต์ไฮบริด ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล และเชื่อว่าจะมีรถยนต์อีกหลายค่ายกระโดดเข้ามาในโครงการรถยนต์ไฮบริด รวมถึงปลั๊กอิน ไฮบริด
ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ก็สามารถยื่นส่งเสริมการลงทุนได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลดูจะมุ่งเน้นเฉพาะรถบีอีวี ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ทว่าถูกถอนเรื่องออกไปเสียก่อน เนื่องจากมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน
ทุกอย่างก็มาเริ่มต้น แก้ไขกันใหม่ กลายเป็นการส่งเสริมตลอดสายการผลิต
เป็นเรื่องมาได้ถูกที่ ถูกเวลา ในแถบอาเซียน ไทยเรายังได้เปรียบเรื่องรถยนต์ แม้จะมีอินโดนีเซียพยายามเบียดอย่างเต็มที่
ก็ตามทีรถยนต์จึงเป็นหัวขบวน วิ่งนำไทยแลนด์ 4.0 ก็คงไม่ผิด







