
อี-คอมเมิร์ซจีนบุกอาเซียน
การประกาศแสดงเจตนารมณ์ลงทุนขยายธุรกิจของบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซจีนไปมาเลเซียและไทย
โดย...ปภาวดี ธโนดมเดช
การประกาศแสดงเจตนารมณ์ลงทุนขยายธุรกิจของบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซจีนไปมาเลเซียและไทย สะท้อนให้เห็นถึงการมองเห็นโอกาสการเป็นตลาดรองรับสินค้าจากจีนของผู้บริโภคในอาเซียนที่กำลังซื้อกำลังเติบโต
รวมทั้งศักยภาพในการเป็นฐานผลิตสินค้าป้อนตลาดอี-คอมเมิร์ซจีนของผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ต้องการอาศัยไทยเป็นฐานเพื่อบุกตลาดอาเซียนแผ่นดินใหญ่ประกอบด้วยกลุ่มประเทศสปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งอาศัยมาเลเซียเป็นฐานเชื่อมต่อกับตลาดอาเซียนในทะเล ได้แก่ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
ปี 2559 การค้าข้ามพรมแดนด้วยอี-คอมเมิร์ซจีนมีมูลค่า 8.576 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยปี 2559 ผู้บริโภคออนไลน์ชาวจีนใช้จ่ายซื้อสินค้าต่างประเทศโดยเฉลี่ย 467 เหรียญสหรัฐ/คน เพิ่มขึ้นจากมูลค่า 446 เหรียญสหรัฐ/คน เมื่อปี 2558 คาดว่าในปี 2563 ผู้บริโภคชาวจีน 25% จากจำนวนประชากรทั้งหมดรวมประมาณ 1,400 ล้านคน จะหันมาซื้อสินค้าต่างประเทศโดยผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ
การลงทุนขยายธุรกิจสู่อาเซียนของบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จึงมิใช่การเปิดตลาดส่งออกสินค้าจีนสู่ผู้บริโภคอาเซียนเท่านั้น แต่เป็นการเปิดตลาดให้สินค้าของประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้ง่ายและสะดวกขึ้น จากปัจจุบันสินค้าต่างประเทศที่ค้าขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซสู่ผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร
จากรายงานศึกษาวิจัย เรื่อง “การแสวงหาโอกาสการค้าสินค้าและบริการระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทยจาก China E-commerce” พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน และมีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ รวมทั้งผู้ประกอบการจากอาเซียน คือ สินค้าแฟชั่น สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและหมวดสินค้าบริการ อาทิ บริการการท่องเที่ยว บริการนำเที่ยว บริการด้านการขนส่ง และบริการโรงแรม
การเข้าสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมิใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนแตกต่างจากตลาดอื่นๆ ที่ผู้ประกอบการคุ้นเคย
ดังนั้น การเข้ามาลงทุนในไทยของบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โดยการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถนำสินค้าเข้าสู่เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซจีนได้จึงเป็นการเปิดโอกาสที่สำคัญ ทั้งนี้ ประเด็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาการผลิตสินค้าให้มีความแตกต่างและโดดเด่น รวมทั้งผลิตสินค้าคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายชาวจีนให้เข้าใจอย่างจริงจัง
รวมทั้งการรวมกลุ่มให้เข้มแข็งเพื่อสร้างอำนาจต่อรองร่วมกัน







