posttoday
รีวิวภาพการลงทุนไตรมาส 2

รีวิวภาพการลงทุนไตรมาส 2

30 มีนาคม 2560

โดย...โชติช่วง ธีรขจรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์มหภาค บลจ.ธนชาต

โดย...โชติช่วง ธีรขจรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์มหภาค บลจ.ธนชาต

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ภาพเศรษฐกิจโลกสดใสขึ้นมาก ตัวเลขเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคต่างเร่งตัวขึ้นไม่น้อยหน้ากัน นำโดยการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม และส่งผลให้การค้าโลกขยายตัวดีขึ้นตามมา แต่ในความสดใสดังกล่าวก็ยังมีความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ และกระแสการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปที่เกิดขึ้นในหลายประเทศอยู่บ้าง

แต่นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว...ต่อจากนี้ประเด็นที่พวกเรานักลงทุนต้องให้ความสนใจก็คือ เศรษฐกิจโลกในช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังปรับเป็นขาขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและยังมีท่าทีที่จะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ตลาดปรับตัวไปล่วงหน้ามากเกินไป หลายคนเตรียมปรับพอร์ตและทำใจว่าเฟดมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นไปแล้ว ทำให้เห็นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ลดลง เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าและตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นหลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจริง แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไปจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ลงทุนควรทยอยปรับพอร์ตไว้ล่วงหน้า

แล้วจะปรับไปไหน?

เชื่อว่าหุ้นจะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสทำกำไรได้มากที่สุด...แต่มองลึกลงไปในสินทรัพย์แต่ละตัวก็จะเห็นภาพหลักดังนี้

หุ้นโลกผมมองว่ายังสามารถลงทุนได้ และค่อนข้างให้น้ำหนักไปที่ตลาดหุ้นยุโรป เพราะปัจจัยการเมืองการเลือกตั้งที่เคยกังวลดูจะผ่อนคลายลง

หุ้นไทยก็ยังไม่มีปัจจัยบวกหรือลบที่ชัดเจนนัก คาดว่าจะวิ่งอยู่ในกรอบ 1,500-1,600 จุด นักลงทุนที่ชอบเล่นรอบอาจทำกำไรในช่วงสั้น และเน้นเลือกหุ้นเป็นรายตัว แต่หุ้นยังน่าสนใจกว่าตราสารหนี้

ตราสารหนี้ ยังสามารถลงทุนได้ แต่จะได้ผลตอบแทนไม่สูงเช่นเดิมและยังผันผวนบ้าง แต่เชื่อว่าทั้งผู้จัดการกองทุนและผู้ลงทุนก็ได้ปรับอายุของตราสารในพอร์ตให้สั้นลง เพื่อรองรับการขึ้นดอกเบี้ยอยู่แล้ว

ทองคำ ยังขาดปัจจัยหนุน นอกจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐทำให้ราคาแกว่งตัว หากจะเก็บไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนก็ไม่ควรถือเกิน 5% แต่ถ้าจะเพิ่มผลตอบแทนของพอร์ตในช่วง 1 ปีนี้ ทองคำไม่ใช่คำตอบ

น้ำมันดิบ ผันผวนสูง ในอีก 2 เดือนข้างหน้าก็จะถึงรอบที่โอเปก และ นัน-โอเปก จะทบทวนลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ แต่ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกจากการที่ผู้ผลิตน้ำมันเชลออยล์สหรัฐเพิ่มการผลิตอย่างรวดเร็ว และสต๊อกน้ำมันดิบทั่วโลกไม่ลดลงมากเท่าที่คาด

ในโลกการลงทุน ไม่เคยมีคำว่าแน่นอนดังนั้น ผู้ลงทุนก็ควรมีการกระจายการลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค