
คุณพ่อปิโตรนาส
การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉบับเขียวสอดไส้ ลักไก่กลางแดด กลายเป็นเรื่องร้อนทันที
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉบับเขียวสอดไส้ ลักไก่กลางแดด กลายเป็นเรื่องร้อนทันที
ประเด็นสำคัญก็คือการแอบซุกเพิ่มบทบัญญัติตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ทั้งที่ร่างแรกจากคณะรัฐมนตรีก็ไม่มี และเมื่อผ่านวาระ 1 ก็ไม่มี แต่กลับโผล่ขึ้นมากลางหลุมราวปาฏิหาริย์
ทั้งหมดนำไปสู่ความหวาดหวั่น ว่าจะทำให้นโยบายพลังงานเข้าสู่จุดวิกฤต ย้อนยุคไปหลายสิบปี เดินซ้ำรอยหลายประเทศที่แทบล่มจม จากการตั้งองค์กรแห่งชาติ ผูกขาดอำนาจรัฐ
แต่อีกนั่นแหละ ก็มีเสียงสนับสนุน อยากตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยไปยกตัวอย่างปิโตรนาส ของมาเลเซียขึ้นมาอ้าง ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นแนวคิดแบบ คุณพ่อปิโตรนาส โมเดล ก็คงไม่ผิด
ปิโตรนาส เป็นผู้ครอบครองทรัพยากรก๊าซ น้ำมันของมาเลเซียแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ในไทยทรัพยากรทั้งหมดยังเป็นสมบัติของชาติ
และผู้ที่ควบคุมปิโตรนาส ก็คือรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นผู้นำทางอำนาจของปิโตรนาสมาตลอด
กำไรของปิโตรนาสมหาศาล แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ เพราะขึ้นตรงกับนายกฯ ความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นความลึกลับ
การลงทุนที่ผิดพลาดของปิโตรนาสเป็นข่าวเล็ดลอดออกมามากมาย สส.พรรคฝ่ายค้านของมาเลเซียบางคนเคยกล่าวว่า ปิโตรนาสขาดทั้งความโปร่งใส ขาดทั้งความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินหลายโครงการถูกชักนำจากอำนาจการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็เปิดก๊อกใช้เงินปิโตรนาสมาทั้งนั้น ไล่มาตั้งแต่ยุครัฐบาลมหาเธร์ โมฮัมหมัด ปิโตรนาสก็ถูกจับตาหลายครั้ง อาทิ การไปอุ้มซื้อกิจการเดินเรือที่มากด้วยหนี้สิน จากวงศ์วานว่านเครือของผู้ทรงอำนาจ รวมถึงการให้สัญญาแก่กิจการของเทือกเถาเหล่ากอนักการเมืองระดับบิ๊ก
กระทั่งรัฐบาลนาจิบ ราซัค ในปัจจุบัน ก็มีการนำปิโตรนาสเข้าไปพัวพันกับกองทุน 1-MDB ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต
ปิโตรนาส จึงถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปซ่อนเงื่อน ควบคุม ใช้แสวงหาประโยชน์ทั้งทางตรง ทางอ้อม
แล้วเหตุใด ปิโตรนาสถึงเฟื่องฟู และยังอยู่ได้
คำตอบก็คือ ที่ผ่านมาราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้นตลอดมา ทำให้กิจการปิโตรนาสกำไรจากการผูกขาด แต่ช่วง 2 ปีมานี้ น้ำมันในตลาดโลกลดต่ำลง ตอก็เริ่มผุดปิโตรนาสเกิดปัญหาให้เห็น กระทบถึงเศรษฐกิจมาเลเซียโดยตรง
บทเรียนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกก็คือ สัมปทาน ก๊าซ น้ำมันเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาล ไม่ควรที่จะให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งมีอำนาจผูกขาด หรือมีอำนาจมากเกิน เพราะจะก่อให้เกิดการแย่งชิง ผูกขาดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นจากนักการเมือง พลพรรคเขียวลายพราง เอ็นจีโอ หรือทุน จะป้องกันอย่างไรก็ยากเต็มทน
แนวทางกำกับ ดูแลสัมปทานพลังงาน จำเป็นต้องตั้งองค์กรหลากหลาย แบ่งแยกอำนาจ สร้างระบบคาน-ดุลขึ้นมาดูแล ที่แม้ไม่ใช่วิธีที่ดีสุด แต่จะทำให้เกิดความเสียหายน้อยสุด
ผูกขาดอำนาจรัฐ คือหนทางหายนะแน่นอน







