posttoday
มันต้องเคลียร์

มันต้องเคลียร์

26 มีนาคม 2560

วัย 17 ปีของ ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ปัญหาเยาวชนไร้สัญชาติ

โดย...ดาบบุญ

วัย 17 ปีของ ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ปัญหาเยาวชนไร้สัญชาติ ลมหายใจสุดท้ายของเขาถูกกระชากหายไปด้วยกระสุนปืนจากทหารไทย

พร้อมเหตุและผลถึงความจำเป็นที่ต้องวิสามัญฆาตกรรมเด็กหนุ่มคนนี้ ทหารแจ้งว่าชัยภูมิ ลักลอบขนยาบ้า และขณะเข้าตรวจค้นทำทีจะปาระเบิดใส่ ทหารไร้ทางเลือกจึงตัดสินใจเหนี่ยวไกปลิดชีพ

เสียงต่อต้านเริ่มดังขึ้น พร้อมกับความอึมครึมว่า “ชัยภูมิ” หนุ่มวัย 17 ปี ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และยังเข้าร่วมกลุ่มเยาวชนรักษ์ลาหู่ตั้งแต่เด็ก ซึ่งรวมตัวกันทำกิจกรรมดนตรี ศิลปวัฒนธรรม ภาพยนตร์สั้น เพื่อรณรงค์เรียกร้องการแก้ปัญหาสถานะบุคคลไร้สัญชาติ

จะหาญกล้าแอบขนยาบ้า เอาตัวเองเข้าเสี่ยงกับกฎหมายเมืองไทยได้ขนาดนี้

บวกกับกระแสข่าวของพยานที่อ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ บอกให้ทราบกันว่า ชัยภูมิไม่ได้ต่อสู้ และไม่ได้มีท่าทีขว้างระเบิด แต่เกิดทะเลาะกับทหารและชุลมุนกัน ก่อนจะนำไปสู่เสียงปืน และจบเรื่องราวลงด้วยชีวิตของชัยภูมิ

กระแสดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลในฐานะที่เป็นท็อปบู๊ตสีเขียวเข้ามาบริหารประเทศ ต้องสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับการวิสามัญฆาตกรรมเยาวชนผู้ไร้สัญชาติผู้นี้

เพราะมันคลุมเครือเป็นอย่างมาก

และหากชัยภูมิกระทำผิดดังว่าจริงแล้ว และเป็นความจำเป็นตามที่ตัวแทนทั้งจากกองทัพ รัฐบาลออกมาให้เหตุผล ก็ต้องตอบข้อสงสัยต่างๆ ในสังคมได้อย่างชัดเจน แต่กระนั้นก็ยังคงมีคำถามที่คาใจอยู่มาก โดยเฉพาะประเด็นผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามันอาจจะไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลให้เหตุผลของการวิสามัญ

แน่นอนว่ารัฐบาลไม่อาจปฏิเสธคำถามของสังคมได้ ทั้งการตั้งด่านตรวจค้น ยุทธวิธีเรียกตรวจค้น หรือแม้แต่การปฏิบัติตามแผนกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงคนร้ายที่ขนยาเสพติด หรือมีในครอบครองภายในรถยนต์

รถยนต์คันที่ว่ามีชัยภูมินั่งมาเพียงคนเดียว หรือมีบุคคลอื่นร่วมอยู่ด้วย

แม้ล่าสุดแอ็กชั่นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกเอาไว้อย่างหนักแน่นว่า เรื่องนี้เกิดคำถามในสังคมขึ้นมาแล้ว และจะให้มีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เพื่อทำทุกอย่างให้เกิดความชัดเจน

“ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยพยานหลักฐาน อย่ามองว่าที่ถูกวิสามัญฯ เพราะเป็นนักกิจกรรมชาติพันธุ์ เพราะรัฐบาลไม่เคยมีความคิดแบบนี้” สำทับจากผู้นำประเทศ

สิ่งที่บิ๊กตู่พูดถือเป็นความหวังที่แสงสว่างจะรอเปิดเผย แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว เราๆ ต่างก็รู้กันดีว่าอิทธิพลของคนในเครื่องแบบบางส่วน ยิ่งมีสีบ่งบอกสถานะตนเอง มันยิ่งใหญ่คับพื้นที่ที่ถือครองมากแค่ไหน พยานที่ว่าเห็นเหตุการณ์ที่ต่างออกไป อาจปิดปากเงียบ ไม่ออกมาให้ข้อมูล เพราะหลายเหตุการณ์รูปคดีมักเปลี่ยนไป เพราะเกิดการข่มขู่จากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

เพราะรู้ซึ้งดีว่ากระสุนปืนมันมักดังกว่าคำพูด

ดังนั้น เพื่อไม่ให้สังคมต้องมองเห็นแต่ความมืดมน ความกระจ่างกับเรื่องนี้ต้องบังเกิด หากผิดจริงต้องว่ากันตามผิด หากทำเกินกว่าเหตุต้องมีคนรับผิดชอบ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค