posttoday
ลดน้ำหนัก "ตราสารหนี้" เพิ่มลงทุนหุ้นในประเทศ

ลดน้ำหนัก "ตราสารหนี้" เพิ่มลงทุนหุ้นในประเทศ

07 มีนาคม 2560

โดย...พูลศรี เจริญ

โดย...พูลศรี เจริญ

สถานการณ์ลงทุนปี 2560 ไม่ง่าย นักวิเคราะห์รุ่นใหญ่อย่าง ภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ยังเอ่ยปากว่าเหนื่อย นักลงทุนต้องทำการบ้านมาก ๆ เพราะจากผลสำรวจของ IAA ที่สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันถึงปัจจัยสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อการลงทุนประเภทต่างๆ มีดังนี้

ตลาดหุ้น ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน มี 3 เรื่อง เรื่องแรก นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการค้าโลก และนโยบายการเงินโลก เรื่องที่สอง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของไทย เช่น การลงทุนภาครัฐ และเอกชน อัตราการบริโภค ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และการส่งออก เป็นต้น เรื่องที่สาม กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในตลาดทุนไทย

ตราสารหนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนมี 2 เรื่อง เรื่องแรก ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน จีดีพี นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถัดมา คือ เศรษฐกิจบ้านเราเอง

ทองคำ ปัจจัยที่จะมีผลต่อการลงทุนมี 3 เรื่องหลักๆ เรื่องแรก หนีไม่พ้นนโยบายประธานาธิบดีสหรัฐที่มีต่อการค้าและการเงินโลก ถัดมาเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ปัจจัยสุดท้าย คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรปและปัญหาอื่นๆ ของยุโรป เช่น เบร็กซิต

มาที่กลยุทธ์การลงทุน ผลสำรวจที่ออกมาทั้งนักวิเคระห์และผู้จัดการกองทุนมองว่าการลงทุนในทุกสินทรัพย์ผันผวนค่อนข้างมาก ดังนั้น กระจายลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท หรือการใส่ไข่ในหลายตะกร้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น

คำแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนปี 2560 นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ให้น้ำหนักการกระจายลงทุนที่คล้ายกับปีที่ผ่านมา แต่ให้ลดอายุของตราสารหนี้ที่ลงทุน และให้ลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ 5% จาก 19% ปีก่อนลงมาที่ 14% ในปีนี้

สำหรับเงินที่ถอนออกจากตราสารหนี้ 5 % นั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นหรือกองทุนหุ้นในประเทศแทน เนื่องจากส่วนใหญ่คาดว่า ปัจจัยลบทางด้านตราสารหนี้เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น ทิศทางดอกเบี้ยเฟด ที่อาจส่งผลต่อการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทน (ยิลด์) หรืออาจผันผวนเพิ่มมากขึ้น

“ตราสารหนี้ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในช่วงที่ดอกเบี้ยถึงจุดต่ำสุดแล้ว การลดสัดส่วนลงทุนเพียง 5 % ก็เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสลงทุนในอนาคตเมื่อยิลด์ปรับขึ้น”

สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้นต่างประเทศ ทองคำ เงินสด หรือ ทางเลือกอื่นๆ นั้น ภรณีกล่าวว่า น้ำหนักยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยทั้งนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนยังให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ รองลงมาจากน้ำหนักลงทุนหุ้นต่างประเทศ รองลงมาจากน้ำหนักการลงทุนในประเทศ

ผลสำรวจ 30 % แนะนำในกองทุนน้ำมัน หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรืออินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ เพิ่มจัดพอร์ต

ปิดท้ายที่มุมมองหุ้นไทยปีนี้ ให้กรอบล่าง 1,453 จุด กรอบบนสุด 1,669 จุด ปิดสิ้นปีที่ระดับ 1,618 จุด อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูงสุดในหมวดค้าปลีก-พลังงานโดดเด่นที่สุด คาดอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น 19.33% และ 18.24 % ตามลำดับ ส่วนหมวดอสังหาริมทรัพย์และพลังงานคาดว่าจะให้อัตราเงินปันผลสูงสุด 4.57% และ 3.84% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน