
โรงไฟฟ้าทั้งหินทั้งแข็ง
ถ้าใช้สำนวนรถสองแถว เห็นทีจะต้องบอกว่า ยาววว....เลยเพ่ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ถ้าใช้สำนวนรถสองแถว เห็นทีจะต้องบอกว่า ยาววว....เลยเพ่ สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่
สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็คือกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (อีเอชไอเอ) จะเริ่มตรงไหนกันดี
ทั้งหมดจะต้องนับ 1 กันใหม่หมด หรือเอาที่เคยศึกษาแล้วมาปัดฝุ่นก็ได้
โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ จะมีการพิจารณา 2 ส่วน คือ ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จะพิจารณา รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนตัวโรงไฟฟ้าถ่านหินจะพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
รายงานทั้งสองด้าน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เคยศึกษาและนำรายงานดังกล่าวเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ครั้งนั้นรายงานดังกล่าวถูกให้ไปปรับปรุงตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ โดย กฟผ.ยังไม่ได้ส่งรายงานกลับมาตั้งแต่ปี 2558
สิ่งที่ กฟผ.ต้องทำเพิ่มมี 17 ข้อใหญ่ และอีก 143 ข้อย่อย ที่คณะกรรมการไตรภาคีมีข้อเสนอให้จัดการรายงานเพิ่มเติม เช่น การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การใช้พลังงานทางเลือกและด้านสมุทรศาสตร์ เป็นต้น เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเสนอประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป
ถ้าโรงงานไฟฟ้ากระบี่ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ในการจัดทำอีไอเอ อีเอชไอเอ ก็จะใช้รายงานเดิม และไปเพิ่มเติมขึ้นมา ก็อาจใช้เวลาอีก 1 ปี ถึงรู้ผลจะเอาอย่างไร
แต่ถ้าต้องมาตั้งต้นใหม่ ก็เรียกว่ายาวแน่
เท่าที่ประเมินหากทำรายงานใหม่หมด ต้องเสียเวลากว่า 2 ปีครึ่ง
โรงไฟฟ้ากระบี่จึงกลายเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เพราะเท่าที่ฟังมาต่างมีความเห็นไม่ค่อยสอดคล้องกัน
กระทรวงพลังงาน มองว่าทุกอย่างไม่ต้องเริ่มต้นศึกษาใหม่ แค่เอาของเก่ามาปัดฝุ่น และศึกษาเพิ่มเติมในข้อเสนอหลักๆ คือให้ฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ให้มีการดูแลภาคประชาชนมากยิ่งขึ้น เป็นรายงานเดิมขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
หากพบว่าข้อศึกษาใดยังไม่ดีพอ ก็ต้องทบทวนปรับปรุงให้ดีขึ้นเท่านั้น
แต่ฝ่ายคัดค้าน อาทิ แกนนำเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จ.กระบี่ เข้าใจว่าจะต้องทำรายงานอีไอเอและอีเอชไอเอใหม่ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นมา 1 ชุด เซตซีโร่ เริ่มกันยกใหม่
ความเข้าใจทั้งสองฝ่ายที่พูดออกมาไม่ตรงกันเท่าใดนัก
เฉพาะการศึกษาใหม่ หรือเอาของเก่ามาเพิ่มเติมก็น่าจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกยก ยังไม่ต้องนับเนื้อหา กระบวนการอื่นที่จะตามมาในอนาคต
มองแล้ว โรงไฟฟ้ากระบี่ จึงเป็นเรื่องหิน เรื่องยาก สมแล้วกับเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ทั้งแข็ง ทั้งหิน
ขนาดที่ว่าหมดยุครัฐบาลลุงตู่แล้วก็อาจไม่รู้เลยจะเอาอย่างไร







