
เป้าหมายที่ชัดเจน
เห็นด้วยกับคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะ รมว.กลาโหม
โดย...ดาบบุญ
เห็นด้วยกับคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะ รมว.กลาโหม
บ่งบอกชัดเจนว่า ทุกพื้นที่ของเมืองไทยต้องสามารถตรวจสอบได้ และเมื่อเจ้าหน้าที่มีหมายค้น หมายจับจากทางศาล พื้นที่เป้าหมายจะต้องถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
กลุ่มคนใด ไม่ว่าใครจะมาขัดขวาง หรือเบียดบังไม่ให้กฎหมายเข้าถึงนั้นเป็นไปไม่ได้
ไม่เช่นนั้น กระบวนการยุติธรรมก็จะยิ่งถูกตอกย้ำลงไปว่ามันเหลว ไม่สามารถควบคุมบ้านเมืองเอาไว้ได้
ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารบ้านเมืองเกี่ยวกับปมการบุกเข้าค้นวัดพระธรรมกายครั้งที่ 3 เพื่อควานหาตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายในข้อหาความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร
ย่อมหมายความได้ว่า ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และทหาร จำต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า ไม่ใช่ถูกติดเบรกจากกลุ่มคนเพียงบางกลุ่มที่ต้องการปกป้องพระธัมมชโย
เพราะที่ผ่านมารวม 2 ครั้ง ปฏิบัติการตามล่าพระธัมมชโยก็ล้มเหลวสิ้นดี
ครั้งล่าสุดรัฐบาลจึงต้องติดไม้ตายเอาคำสั่งมาตรา 44 มาใช้ควบคุมเขตพื้นที่วัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ลุยค้นหาตัวผู้ต้องหา
แต่ที่น่าสนใจจากคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ดูเหมือนว่าท่านไม่จะสนใจมากนักว่าพระธัมมชโย ซึ่งเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการตรวจค้นที่ใช้กำลังพลกว่า 4,000 นาย ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ภายในวัดหรือไม่
หากโชคดีได้ตัวก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากไม่เจอก็ต้องกลับมาตั้งหลักปรับแผนดำเนินการล่ากันใหม่
ซึ่งอาจจะผิดแผกไปจากคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ในตอนต้น ที่ระบุว่าทุกพื้นที่ต้องสงสัย หรือมีมูลความผิด เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะเป้าหมายอันแท้จริงคือต้องนำผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อำนวยความยุติธรรมกลับคืนสู่ผู้เสียหาย
แต่ทิศทางจากคำพูดของ พล.อ.ประวิตร ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยี่หระว่าพระธัมมชโยจะอยู่ภายในวัดหรือไม่
หรือเพียงแต่จะสำแดงให้สังคมและโลกได้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เข้าไปแล้ว เข้าไปค้นไปหาแล้ว ทำตามกระบวนการทุกอย่าง แต่ไม่เจอตัว ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องมาตามหากันต่อไปใหม่
ไม่ว่าถึงวันนี้จะได้ตัวพระธัมมชโยแล้วหรือไม่ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องมายอมรับกันว่า กรณีที่เกิดคดีใหญ่ๆในบ้านเรา ที่เป้าหมาย หรือผู้ต้องหามีมวลชน รัฐบาลอาจจะมีปัญหาในการเข้าถึงตัวเพื่อนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้
ทั้งๆ ที่ฝีมือของระบบการสืบสวน การเก็บพยานหลักฐาน และนำไปสู่การออกหมายจับบุคคลเป้าหมาย ดาบบุญเชื่อว่าฝีมือในด้านนี้ของตำรวจดีเอสไอย่อมไม่เป็นรองใครในหล้านี้
ดังนั้น อย่าให้สมมติฐานของดาบบุญถูกต้องเลย กับกรณีที่ว่าเจ้าหน้าที่เพียงแค่โชว์การเข้าค้นเท่านั้น ส่วนตัวพระธัมมชโยจะอยู่หรือไม่ ไม่เป็นที่สนใจ
ต้องทำให้สังคมกระจ่างและนำตัวคนผิดเข้าสู่หลักการยุติธรรม น่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องที่สุด







