
ล้างคราบคาวที่ดินสปก.
การนำที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไปให้เอกชนเช่าตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ชัยภูมิและโคราช เป็นสิ่งที่สมควรต้องสร้างความกระจ่างให้สังคม
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การนำที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไปให้เอกชนเช่าตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ชัยภูมิและโคราช เป็นสิ่งที่สมควรต้องสร้างความกระจ่างให้สังคม
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการเช่าที่ ส.ป.ก.จะเห็นการเอาล่อเอาเถิดกันหลายรอบ
เริ่มจากระเบียบการให้เอกชนหรือหน่วยงานอื่นใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2541 กำหนดให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจในการพิจาณาการให้เช่าที่ดินได้เลยถ้าเข้าเกณฑ์
ทว่า งานนี้ระดับจังหวัดไม่กล้าพิจารณาเลยส่งมาให้ระดับกรมคือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตัดสิน
ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด มีใบสั่ง หรือด้วยความไม่แน่ใจก็สุดคาดเดา
แต่เท่าที่ดูตามเนื้อผ้า การที่จะอนุญาตให้เอกชนเช่าที่ตั้งกังหันลมมีความเสี่ยงมากโข
สาเหตุสำคัญเนื่องจากคำยื่นขอใช้ที่ดินต้องระบุให้ชัดเจนถึง ประโยชน์ที่คาดว่าเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และ ส.ป.ก.จะได้รับ
คำถามคือกิจการกังหันลม เกษตรกร จะได้ประโยชน์อะไร
ระดับจังหวัด จึงเกิดอาการไม่กล้าต้องวนเข้าระดับกรม
ประชุมกันครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ย. 2552 ไม่มีข้อสรุป ยืดเยื้อไป โดยต้องดึงหน่วยงานอื่น อาทิ กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้ามาร่วมวงหารือ
ผ่านไปถึงเดือน ก.พ. 2553 ประชุมกันอีกครั้งและสรุปว่าเปิดช่องให้กิจการกังหันลมผลิตไฟฟ้าเช่าที่ดินได้ โดยยกเหตุทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ลุยกันไปดุ่ยๆ แบบนั้น
เรื่องจึงไหลลื่น จนไปเจอตอเมื่อบางโครงการกังหันลมถูกฟ้องร้อง
สุดท้ายศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งการให้เช่าที่ดิน ส.ป.ก.ไม่ชอบด้วยกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เพราะทั้งหมดเป็นการผลิตไฟฟ้าขายหากำไร ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกร ไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ยังส่งไปขายที่อื่นอีก
ส่วนการตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินโดยตรง จึงไม่เข้าลักษณะตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่องกำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน
กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ เป็นของร้อนทันที
ราชการก็เสียหายจากการนำที่ดิน ส.ป.ก.ไปใช้ผิดวัตุถประสงค์ เอกชนก็เสียหายจากการลงทุนไปแล้ว และอาจฟ้องร้องราชการได้
คำถามคือเป็นการติ๊กผิด ตีความผิดโดยสุจริต หรือจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ?
ปกติหากหน่วยราชการมีปัญหาในเรื่องการตีความข้อกฎหมาย ก็สามารถส่งหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอคำปรึกษาได้
แล้วการเช่าที่ดิน ส.ป.ก.ส่งเรื่องไปหารือกฤษฎีกาหรือไม่ หรือตีความกันเอง
สมควรต้องตรวจสอบ ใครเกี่ยวข้อง ไปถึงระดับขั้นไหน
ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด เอาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้
ลุงตู่ สะสางให้สะอาดเสียทีเถิด







