posttoday
ไร้แรงจูงใจ เมื่อตลาดแพง ปันผลแย่ลง

ไร้แรงจูงใจ เมื่อตลาดแพง ปันผลแย่ลง

06 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...บล.กสิกรไทย

โดย...บล.กสิกรไทย

ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ของปี จะเป็นช่วงที่บรรดาบริษัทจดทะเบียนทำการประกาศผลประกอบการ และเมื่อรายงานกันเสร็จเรียบร้อย ในช่วง ก.พ.-มี.ค. จะเป็นช่วงเวลาของการประกาศจ่ายปันผล ซึ่งจะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD กันในช่วง มี.ค.-พ.ค.ของทุกปี คาดการณ์จากเงินปันผลในช่วง มี.ค.-พ.ค. 2560

สำหรับบริษัทที่ KS Research ออกบทวิเคราะห์จำนวน 99 บริษัท พบว่าจะมีการจ่ายปันผลประมาณ 1.82 แสนล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนเพื่อหวังเงินปันผลในปี 2560 มีน้อยลงเมื่อเทียบกับปี 2559 เนื่องจากระดับดัชนี ณ ม.ค. 2559 ยังอยู่ที่ระดับ 1,300 จุด ค่า PE อยู่ในระดับต่ำเพียง 12.9 เท่า และระดับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.34%

ขณะที่ปัจจุบัน (ม.ค. 2560) SET Index ขึ้นมาอยู่ที่ 1,577 จุด (ปรับเพิ่มขึ้นมากว่า 21.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ค่า PE ขึ้นมาที่ 15.1 เท่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.79% ภายใต้เงินปันผล 1.82 แสนล้านบาท ที่จะจ่ายในช่วง มี.ค.-พ.ค. 2560 คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 1.9% ถือว่าน้อยลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับที่จ่าย มี.ค.-พ.ค. 2559 ในอัตรา 2.5% ซึ่งเป็นผลจากจำนวนเงินในการจ่ายแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลง

แต่ความแพงของตลาดกลับเพิ่มขึ้นมากถึง 21.3% ในปี 2560 ขณะที่ Valuation ของ SET Index ตึงตัวที่ 15 เท่า ถือเป็นระดับที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับ EPS Growth 4.18% อัตราการจ่ายปันผลในช่วง มี.ค.–พ.ค. 2560 น้อยลงกว่าเดิมเหลือ 1.9% แต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะยาวเป็นแนวโน้มขาขึ้นจนกลับมาใกล้ 2.80%

จึงทำให้แรงจูงใจในการลงทุนเพื่อหวังเงินปันผลของตลาดทุนมีน้อยลงมาก และไม่น่าจะเป็นประเด็นบวกที่จะช่วยประคับประคองตลาดได้ อัตราการจ่ายปันผลในช่วง มี.ค.–พ.ค. 2560 ที่ไม่แตกต่างไปจาก มี.ค.–พ.ค. 2559 เป็นผลมาจากการจ่ายปันผลของกลุ่มสื่อสารที่หายไปกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท หรือ -36.7% YoY ซึ่งมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการที่แย่ลงตามค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับใบอนุญาต การตัดค่าเสื่อม และการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ภาพของผลประกอบการโดยรวมถูกชดเชยด้วยการจ่ายปันผลที่มากขึ้นของกลุ่มพลังงานกว่า 2.13 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากเดิม 3,130 ล้านบาท คิดเป็น +17.2%) กลุ่มวัสดุก่อสร้างจ่ายเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท หรือ +15.4% yoy กลายเป็น 1.51 หมื่นล้านบาท กลุ่มธนาคารจ่ายเพิ่ม 2,720 ล้านบาท +6.3% YoY เป็น 4.61 หมื่นล้านบาท และกลุ่มค้าปลีกจ่ายปันผลสูงถึง 2.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,900 ล้านบาท หรือ +16.9% YoY

ทั้งนี้กลุ่มที่จ่ายปันผลลดลงจะมีทั้งนิคมอุตสาหกรรม อสังหาฯ รับเหมาก่อสร้าง ส่วนที่จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นอื่นๆ จะมีสาธารณูปโภค เกษตร อาหาร ปิโตรเคมีฯ การเงินและขนส่ง

จากสถิติตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หากเข้าซื้อหุ้นที่จะมีการจ่ายปันผลในช่วง มี.ค.-พ.ค. ในอัตราปันผลที่สูงเกิน 3% จะพบว่าหากซื้อในช่วงต้นเดือน ก.พ. (2 สัปดาห์แรกของเดือน ก.พ.) และไปขาย ณ วันขึ้นเครื่องหมาย XD จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงถึง 8.9% (Dividend Yield + Capital Gain) ด้วยความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 82% KS Research คัดเลือกหุ้นที่จะมีการจ่ายปันผลในช่วง มี.ค.–พ.ค. 2560 เกินกว่า 3% และระดับ PE ไม่เกินไปกว่า 15 เท่า โดยไล่จากอัตราจ่ายปันผลสูงไปต่ำได้หุ้นที่น่าสนใจดังนี้ GLOW SC KTB KKP AP SPCG IRPC BCP PSH SIRI KTC

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค