
บ้านคนเมืองย่างกุ้ง
หลายคนคงมีคำถามว่า คนเมียนมาอยู่กันอย่างไร บ้านที่เขาอยู่ลักษณะเหมือนบ้านของไทยเราหรือเปล่า ต้องบอกว่าในอดีต
โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์
หลายคนคงมีคำถามว่า คนเมียนมาอยู่กันอย่างไร บ้านที่เขาอยู่ลักษณะเหมือนบ้านของไทยเราหรือเปล่า ต้องบอกว่าในอดีต บ้านของคนเมียนมานั้นมีหลากหลายชาติพันธุ์ แต่ละชาติพันธุ์ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ถ้าจะให้สาธยายบ้านแต่ละเผ่าชาติพันธุ์ ผมว่าคงใช้เนื้อที่สี่ห้าตอนละครับ
ผมจะขอเริ่มที่ของคนบะม่า หรือคนพม่าที่เป็นคนเมืองย่างกุ้งก่อนนะครับ คนย่างกุ้งนั้นในอดีตก็ไม่แตกต่างกับคนไทยมากนัก บ้านเก่าแก่ดั้งเดิมซึ่งในปัจจุบันหาไม่ค่อยเห็นแล้ว เพราะค่าที่ดินแพง ขายแล้วรื้อมาปลูกบ้านทรงสมัยใหม่หมด จะมีให้เห็นก็บ้านยุคอังกฤษปกครองเป็นที่เหลือให้เห็นอยู่บ้าง เอาบ้านแบบดั้งเดิมก่อนนะครับเขาจะปลูกบ้านทรง 2 ชั้นมีใต้ถุนบ้าน แปลกกว่าไทยก็ตรงที่หน้าต่างของเขาจะเปิดหน้าต่างตั้งแต่พื้นบ้านชั้น 2
ในขณะที่ของเราจะเปิดหน้าต่างจาก 80-100 ซม.จากพื้นบ้าน ลมจะโกรกดีมาก ส่วนครัวจะไว้อีกหลังไม่เอามาไว้ในบ้าน และที่สำคัญทุกบ้านจะมีหิ้งพระไว้ด้านหน้า เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอหิ้งพระก่อนเลย ผมก็แซวเพื่อนเมียนมาเล่นว่า บ้านเมียนมาดีนะ คนไม่อยู่บ้านยังมีพระช่วยดูแลคุ้มครองบ้านให้เราได้
ส่วนบ้านในยุคอังกฤษครองเมือง ทางรัฐบาลได้นำเอาค่านิยมอังกฤษมาใช้เยอะครับ แม้แต่ที่อยู่อาศัยก็ได้รับอิทธิพลมาเยอะเช่นกัน หน้าตาตัวอาคารต่างๆ ก็ได้มาอย่างหมดจดจริงๆ เราจะเห็นอาคารที่งดงามสไตล์อังกฤษหลงเหลืออยู่มากในกรุงย่างกุ้ง ต่อมาในยุค ’60 เป็นต้นมา ที่กรุงย่างกุ้งบ้านเมืองเริ่มเข้าสู่บ้านแฟลตเป็นส่วนมาก คือ ในตัวอาคารตึกแถว บ้านก็จะอยู่กันด้านซ้ายกับด้านขวา อาคารก็ชั้นใครชั้นมัน ต่างคนต่างอยู่ และอาคารไม่น้อยที่มีความสูงไม่เกิน 8 ชั้น เพราะไม่มีลิฟต์
ดังนั้นจึงไม่นิยมสร้างสูงกว่านี้เพราะเดินขึ้นลำบาก แต่ละบ้านจะมีสายเชือกแขวนไว้หน้าระเบียงด้านหน้าบ้านใช้กระตุกกระดิ่งเรียกคนในบ้านให้เปิดประตูให้ และยังใช้มัดตะกร้าใส่ของเวลาซื้อของที่ร้านค้าข้างล่าง แล้วดึงส่งขึ้นไปชั้นบน อีกอย่างที่บ้านทั่วไปต้องมีคือหิ้งพระครับ ทุกบ้านจะต้องมีหิ้งพระไว้ด้านหน้าเปิดประตูบ้านเข้าไปต้องเจอก่อน บางคนถามว่า แล้วคนนับถืออิสลามหรือคริสตจักรล่ะ อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ เพราะไม่เคยไปบ้านเพื่อนที่นับถือศาสนาอื่นครับ
หลายคนอยากรู้ว่า ราคาบ้านที่เป็นแฟลตเขาคิดอย่างไร ก่อนที่ลิฟต์จะเข้ามามีบทบาท ราคาที่อยู่ชั้นล่างจะแพงสุด คนที่อยู่ชั้นบนสุดราคาจะถูกที่สุด แม้แต่ซื้อน้ำดื่มให้เขามาส่งเขาคิดเพิ่มถังละ 100 จ๊าด/1 ชั้นเลยครับ ถ้าอยู่ชั้น 8 คิดค่าขนขึ้นไป 800 จ๊าด/ถัง ค่าน้ำ 500 จ๊าด ค่าขนแพงกว่าค่าน้ำอีกครับ ผมเคยไปเช่าอาศัยอยู่ชั้น 6 ของอาคาร 8 ชั้น ปรากฏว่าเขาคิดค่าเช่าบ้านในราคาที่ถูกมาก แต่เวลาขึ้นไปทีแล้วไม่อยากลงมาเลยครับ
เหนื่อยหอบเลยละครับ







