
ครึ่งทางเหอะ
สดับตรับฟังมุมมองสองฝ่ายประหนึ่งจะปรารถนาดีต่อวงการสื่อสารมวลชนเหลือเกิน
โดย...ขำ เคืองใจ facebook/ขำ เคืองใจ
สดับตรับฟังมุมมองสองฝ่ายประหนึ่งจะปรารถนาดีต่อวงการสื่อสารมวลชนเหลือเกิน
ด้านหนึ่งเป็นบรรดาสื่อที่รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ฉบับที่อนุกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชน ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร เป็นประธานยกร่าง
30 องค์กรวิชาชีพสื่อ มองว่า การออกกฎหมายลักษณะนี้ต้องการควบคุมสื่อสารมวลชนชนิดกระดิกกระเดี้ยไม่ได้เลย
นี่ก็ไปขึ้นข้อความเผยแพร่ตามโซเชียลยัดเยียดให้เป็น “กฎหมายปิดปากสื่อ” โชว์ภาพ “นกพิราบโดนล่ามโซ่” พร้อมข้อความ “หยุด! กฎหมายกดหัวสื่อ” ซะแล้ว
แต่หลักใหญ่ใจความสมควรมาตั้งวงพิจารณา อยู่ตรงสาระสำคัญของกฎหมาย กำหนดให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่มีองค์ประกอบภาครัฐร่วมกับตัวแทนขององค์กรสื่อ โดยมีอำนาจพิจารณาขึ้นทะเบียนและเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ
ถ้ามองไม่ออก ขอให้นึกถึงวิชาชีพอื่นๆ อาทิ แพทย์ วิศวกร มัคคุเทศก์ ต้องผ่านการร่ำเรียนฝึกอบรม จากนั้นองค์กรวิชาชีพออกใบรับรองอะไรทำนองนั้น
องค์กรวิชาชีพสื่อ กังวลว่าตัวแทนภาครัฐระดับปลัดกระทรวง 4 คน ที่มาอยู่ในสภาวิชาชีพสื่อฯ ยึดโยงระบบราชการย่อมทำตามคำสั่งเบื้องบน วันดีคืนดีไม่ชอบขี้หน้าสื่อไหน-ฉบับใดก็ใช้วิธีสกัดสื่อนั้นๆ ได้
หรือสื่อกำลังตรวจสอบเรื่องราวไม่ชอบมาพากลหน่วยงานรัฐ อาจถูกเล่นงานจากคนในสภาวิชาชีพสื่อฯ นี่ล่ะ
ฉะนั้นจึงต้องคัดค้านพร้อมกับงัดคัมภีร์หักล้าง กรณีที่สื่อทำอะไรไม่ดีไม่งาม สื่อมีองค์กรตรวจสอบดูแลควบคุมกันเองอยู่แล้ว?!?
อ้า... ฟังความในมุมของ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานอนุ กมธ.สื่อฯ เสนอข้อดีร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้สื่อได้รับการดูแลสวัสดิการอย่างเป็นธรรม สื่อที่ทำผลงานจะถูกบรรจุในหอเกียรติยศ... ว้าวว้าว
อีกท่านเป็นใครไปไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เสียงแข็งว่า “ถ้าสื่ออ้างว่าควบคุมกันเองได้ ถามว่าปัจจุบันคุมกันเองได้มั้ย ที่ไหนๆ ก็มีองค์กรวิชาชีพสื่อทั้งนั้น ในเมื่อจะปฏิรูป 11 ด้าน สื่อต้องปฏิรูปด้วยจะยกเว้นไม่ได้” อ๊ะจึ๊ย!!!
แม้นายกฯ ยืนกรานต้องมีสภาวิชาชีพสื่อฯ แต่แย้มประตูเมตตาไว้เหมือนกัน “ถ้าสื่อไม่ต้องการแบบนี้ แล้วจะให้ทำแบบไหน เสนอมา”
ล่าสุด วิป สปท.ขอให้ชะลอร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อน ด้วยการให้เหตุผลว่า มีกรรมาธิการ สปท.หลายท่านตั้งข้อสังเกต
เป็นอันว่า พบกันครึ่งทางดีมั้ยครับ เนื้อหาของร่างกฎหมายส่วนไหนตรึงเกินไป ควรนัดหมายหารือทบทวนอีกสักรอบ มิใช่พูดกันไปมา คนละทีสองที มันก็ไม่จบ
หากจับอาการ คสช.ตอนนี้คงยากที่จะฉีกร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่อาจปรับแก้ไขได้มิใช่หรือ
โดยเฉพาะประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับสภาวิชาชีพฯ จะปรับแก้อย่างไรให้เกิดความสบายใจต่อทุกฝ่าย
ระวังนะครับ เดี๋ยวมาตรา 44 มา... จะแก้ไขกันไม่ทัน







